กรมอุทยานแห่งชาติฯ เผยผลสำรวจทรัพยากรทางทะเลอ่าวมาหยา จ.กระบี่ ช่วงปิดอ่าวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ พบฝูงฉลามครีบดำรวมตัวใกล้ชายหาดสูงเกิน 200 ตัว ช่วงปิดฤดูกาลท่องเที่ยว

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี เปิดเผยผลการสำรวจทรัพยากรทางทะเลประจำเดือนกันยายน 2569 ณ บริเวณอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ในช่วงปิดอ่าวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม–30 กันยายน 2569 ซึ่งนอกจากเปิดโอกาสให้แนวปะการังและหาดทรายได้ฟื้นตัวตามธรรมชาติแล้ว ยังช่วยดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

การสำรวจครั้งนี้พบฝูงฉลามครีบดำขนาดตัวเต็มวัยรวมตัวกันบริเวณใกล้ชายหาดสูงสุดถึง 278 ตัว ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา นับเป็นสถิติสูงสุดของชุดข้อมูลจากการสำรวจตลอดปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลที่ได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง

นายจินดา ศรีสุพพัตพงษ์ ผู้อำนวยการส่วนจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเล กองอุทยานแห่งชาติ เปิดเผยว่า การตรวจพบฝูงฉลามครีบดำรวมตัวกันเป็นจำนวนมากในครั้งนี้ เป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และความปลอดภัยของระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่อ่าวมาหยา การปิดอ่าวประจำปีช่วยลดการรบกวนจากกิจกรรมการท่องเที่ยว เปิดโอกาสให้สัตว์ทะเลหายากได้ใช้พื้นที่ตามธรรมชาติในการดำรงชีวิต พักผ่อน และอาจรวมถึงพฤติกรรมทางสังคมและการผสมพันธุ์ ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ มุ่งมั่นขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้ธรรมชาติและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล

สำหรับการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ครั้งนี้ คณะสำรวจได้บูรณาการเครื่องมือและเทคโนโลยีวิจัยทางทะเล 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ การบินสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) จำนวน 15 ครั้ง พบว่าช่วงเช้าตรู่เป็นช่วงเวลาที่ตรวจพบฉลามครีบดำมากที่สุด โดยมีจำนวนเฉลี่ย 251.67 ± 22.91 ตัว รองลงมาคือช่วงเย็น พบเฉลี่ย 57.25 ± 15.42 ตัว ส่วนใหญ่เป็นฉลามระยะตัวเต็มวัยความยาวมากกว่า 1 เมตร ว่ายวนใกล้ชายหาด และยังพบฉลามวัยอ่อนความยาวต่ำกว่า 1 เมตร ประมาณ 3–5 ตัว ว่ายอยู่บริเวณน้ำตื้นริมหาด

การใช้นวัตกรรมกล้องถ่ายวิดีโอใต้น้ำแบบมีเหยื่อล่อ (BRUVS) จำนวน 23 ครั้ง เพื่อจำแนกอัตลักษณ์และสังเกตพฤติกรรม พบฉลามครีบดำวัยอ่อนเข้ามาตอบสนองต่อเหยื่อล่อสูงสุด 4 ตัวในเฟรมเดียวกัน ขณะที่การตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลจำนวน 22 ครั้ง พบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลเฉลี่ยอยู่ที่ 30.25 องศาเซลเซียส ความเค็มเฉลี่ย 33.10 ppt และค่าความเป็นกรด–ด่างเฉลี่ย 8.86 ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมต่อการเติบโตของสิ่งมีชีวิตทางทะเล

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีแผนนำชุดข้อมูลจากการสำรวจครั้งนี้ไปใช้พัฒนากระบวนการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี ทั้งการวางแผนกำหนดเขตบริหารจัดการท่องเที่ยว การติดตามประชากรฉลามครีบดำในระยะยาว และการเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวหลังสิ้นสุดฤดูมรสุม เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของประเทศไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง