นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ Fitch, S&P และ Moody’s ได้ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบเป็น ‘มีเสถียรภาพ’ (Stable) พร้อมคงอันดับเครดิตที่ BBB+ (ทริปเปิ้ล B พลัส) ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อนโยบายการบริหารเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล
โดยสถาบันจัดอันดับประเมินว่าเศรษฐกิจไทยสามารถรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อและมาตรการส่งเสริมพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นจากยุทธศาสตร์การเติบโตที่นำด้วยการลงทุน (Investment-led growth) ซึ่งสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจริงในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตผ่านบีโอไอได้สูงถึง 538,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมทั้งมีการยกระดับทักษะแรงงานผ่านโครงการ “Skill Bridge” และการผลักดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกโดยมีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เป็นกลไกสำคัญ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาวินัยการคลังอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการจัดทำงบประมาณที่โปร่งใสและตั้งเป้าลดการขาดดุลในปีงบประมาณ 2570 ลงเหลือร้อยละ 3.9 พร้อมประเมินว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 63 ภายในปี 2571 ซึ่งปัจจัยด้านความมั่นคงทางการคลัง นโยบายที่ชัดเจน และเสถียรภาพทางการเมือง ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญที่จะช่วยนำพาเศรษฐกิจไทยให้ก้าวข้ามปัญหาเชิงโครงสร้างและกลับมาเติบโตเต็มศักยภาพได้ในระยะยาว








