กบข. เปิดบริการ “ออมต่อ” 4 รูปแบบ สำหรับข้าราชการที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายนนี้ เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินหลังเกษียณ พร้อมเปิดให้สมาชิกปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนได้สูงสุด 12 ครั้งต่อปี

นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. กล่าวถึงแนวทางและการเตรียมพร้อมด้านการเงินของข้าราชการที่กำลังจะเกษียณในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับข้าราชการและวางแผนการเงินระยะยาวว่า กบข. ได้เปิดบริการ “ออมต่อ” 4 รูปแบบ สำหรับข้าราชการที่เกษียณอายุสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อบริหารเงินก้อนและต่อยอดผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณร้อยละ 4 ต่อปี แบ่งเป็น ฝากเงินทั้งหมดไว้กับ กบข. เพื่อให้บริหารลงทุนต่อเนื่อง, ทยอยรับเงินเป็นงวด ๆ โดยเลือกรับเงินเป็นรายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน หรือรายปี, ขอรับเงินบางส่วน โดยรับเงินสดบางส่วนออกมาใช้และส่วนที่เหลือให้ออมต่อกับ กบข. และกำหนดรับเงินในอนาคต โดยเลือกเก็บเงินไว้ก่อนและกำหนดวันรับเงินก้อนในเวลาที่ต้องการ

ปัจจุบันกฎหมายของ กบข. เปิดโอกาสให้สมาชิกที่เกษียณอายุราชการสามารถ “ออมต่อ” กับ กบข. ได้ โดยเงินออมดังกล่าวยังคงได้รับการบริหารจัดการจากผู้เชี่ยวชาญของ กบข. เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของเงินทุน ชนะอัตราเงินเฟ้อ และลดความเสี่ยงจากการถูกมิจฉาชีพหลอกลวงลงทุน สำหรับรูปแบบบริการออมต่อในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการใช้ชีวิตของสมาชิกแต่ละบุคคล โดยสมาชิกสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการออมได้ปีละ 2 ครั้ง และสามารถเลือกหรือปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนได้สูงสุดถึงปีละ 12 ครั้ง เช่นเดียวกับสมาชิกที่ยังรับราชการอยู่

เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ย้ำว่า วันที่ 30 กันยายนนี้ จะมีสมาชิก กบข. เกษียณอายุราชการ 16,233 ราย จากสมาชิกทั้งหมด 1.29 ล้านราย ซึ่ง กบข. ได้เตรียมความพร้อมในการจ่ายเงินกองทุนให้สมาชิกรวมประมาณ 24,950 ล้านบาท เป็นเงินออมสะสมอย่างต่อเนื่องของสมาชิก รวมกับเงินสมทบจากภาครัฐและผลตอบแทนจากการลงทุน โดยปีนี้สมาชิกที่เกษียณอายุราชการจะได้รับเงินกองทุนเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท และมีสมาชิกที่ได้รับเงินสูงสุดถึง 7.86 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยอดเงินของสมาชิกแต่ละรายจะแตกต่างกันตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก เงินเดือน อัตราการออม แผนการลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับ โดยการที่สมาชิกเลือกอัตราการออมเพิ่มและเลือกแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ยอดเงินที่จะได้รับเมื่อเกษียณอายุราชการเพิ่มมากขึ้น ส่วนสมาชิกที่แจ้งความประสงค์ล่วงหน้าขอฝากให้กองทุนบริหารต่อ หรือ “ออมต่อ” มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 9 ของผู้ที่แจ้งความประสงค์แล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการบริหารเงินลงทุนของ กบข. และมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกปี

สำหรับผลการดำเนินงานปีนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี โดยแผนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงถึงประมาณร้อยละ 7–8 ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ส่วนในอนาคตยังคงมีปัจจัยความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เช่น สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย และอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้ ข้าราชการที่จะเกษียณอายุราชการและประสงค์จะใช้บริการออมต่อ สามารถยื่นเรื่องผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ ระบบ Digital Pension (ระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล) ของกรมบัญชีกลาง และยื่นผ่านหน่วยงานต้นสังกัด โดยกรอกแบบฟอร์ม กบข. และระบุเลือกใช้บริการออมต่อ หากสมาชิกมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. โทร. 1179

ข่าวที่เกี่ยวข้อง