นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการดำเนินงานหลังพระราชบัญญัติสังคมสันติสุขมีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและนำความร่วมมือกลับคืนสู่สังคมไทย ขณะนี้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ทั้งพนักงานสอบสวน อัยการ ศาล และกรมราชทัณฑ์ อยู่ระหว่างดำเนินการตามมาตรา 8 เพื่อให้การนิรโทษกรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบเป็นไปอย่างรวดเร็ว
โดยที่ประชุมได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด ได้แก่ ชุดพิจารณากลั่นกรองข้อร้องเรียนและชุดสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมกำหนดกรอบเวลาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลการดำเนินงานและจำนวนคดีกลับมายังคณะกรรมการภายใน 30 วันนับจากนี้ เพื่อตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วนและเปิดช่องทางให้ประชาชนที่ตกหล่นสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติมได้ โดยคำวินิจฉัยของคณะกรรมการจะถือเป็นที่สุด และตั้งเป้าหมายจะปิดจบกระบวนการทั้งหมดภายใน 180 วัน หรือประมาณเดือนมีนาคมปีหน้า
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำถึงขอบเขตของกฎหมาย ว่าจะครอบคลุมเฉพาะกรณีการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น ไม่รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการทุจริตประการใด ส่วนผู้ที่เคยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หากได้รับสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ จะถือว่าไม่เคยกระทำความผิดและได้รับคืนสิทธิ์ตามกฎหมายต่อไป








