นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมจัดงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช 2569 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 24 พฤศจิกายน 2569 ว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผนึกกำลัง 33 หน่วยงาน กำหนดแนวทางการจัดงาน โดยชูแนวคิด “ลอยกระทง ไท ไทย สืบสานคุณค่า สู่คนรุ่นใหม่” มุ่งสืบสานประเพณีไทย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกช่วงวัย กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว ควบคู่การรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่เมืองอัตลักษณ์ เมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าผลักดัน “ประเพณีลอยกระทงในประเทศไทย” สู่การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติกับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก พร้อมเผยแพร่องค์ความรู้และอัตลักษณ์ไทยสู่คนรุ่นใหม่และสายตาชาวโลก โดยกำหนดจัดงานใน 4 มิติ 14 แนวทาง ดังนี้
มิติที่ 1 ด้านวัฒนธรรม สืบสานคุณค่า รักษาอัตลักษณ์ ส่งต่อประเพณีไทย
1. เรียนรู้และสืบสานคุณค่าประเพณีลอยกระทง
2. ร่วมแต่งไทยไปลอยกระทง
3. รักษาประเพณีดั้งเดิม สืบสานวิถีท้องถิ่น
4. แชร์เรื่องราวลอยกระทงไทยสู่สายตาชาวโลก
มิติที่ 2 ด้านสังคม เที่ยวอย่างมั่นใจ ปลอดภัยทุกกิจกรรม
5. เคารพกฎจราจร เดินทางอย่างปลอดภัย
6. ดูแลสุขภาพ ป้องกันโรคระหว่างร่วมงาน
7. ตรวจสอบความพร้อมของรถและเรือโดยสาร
8. งดกิจกรรมเสี่ยงอันตราย ป้องกันอุบัติเหตุ
มิติที่ 3 ด้านเศรษฐกิจ ต่อยอดทุนวัฒนธรรม สร้างรายได้สู่ชุมชน
9. สร้างสรรค์กิจกรรมลอยกระทง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
10. อุดหนุนสินค้าชุมชน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
11. เที่ยวงานลอยกระทง สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมท้องถิ่น
มิติที่ 4 ด้านสิ่งแวดล้อม ลดขยะ รักษาสายน้ำ ลอยกระทงอย่างรักษ์โลก
12. เลือกกระทงจากวัสดุธรรมชาติ
13. ร่วมรักษาความสะอาด ลดขยะจากเทศกาล
14. ส่งเสริม “หนึ่งครอบครัว หนึ่งกระทง” ลดขยะ รักษ์สิ่งแวดล้อม
ลอยกระทง มีที่มาจากพิธีกรรมเกี่ยวกับน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตวัฒนธรรมของคนไทย เป็นประเพณีสำคัญเก่าแก่ของไทย ที่ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 อยู่ในช่วงน้ำหลาก แม้จุดมุ่งหมายหรือความเชื่อในการลอยกระทง จะมีความแตกต่างกัน แต่ความหมายที่เหมือนกันของประเพณีนี้คือการแสดงออกถึงความกตัญญู รู้จักสำนึกถึงคุณของน้ำ สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่ดีงามอย่างหนึ่งของไทย โดยคนไทยโบราณเชื่อว่าการลอยกระทงเป็นการขอขมาน้ำหรือแม่คงคา ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและอำนวยประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม น้ำอาบ น้ำใช้ หรือน้ำที่หล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ธัญญาหารด้วยความสำนึกในบุญคุณของน้ำ จึงได้กำหนดจัดเพื่อแสดงความกตัญญูขึ้นปีละครั้ง ในขณะที่คนไทยบางกลุ่มยังมีความเชื่อที่ต่างกันออกไป เช่น เชื่อว่าการลอยกระทงเป็นการแสดงความกตัญญูต่อพระพุทธเจ้า บางกลุ่มเชื่อว่าเป็นการลอยเพื่อบูชาบรรพบุรุษ แต่ไม่ว่าแต่ละกลุ่ม จะมีความเชื่อเช่นไร ความหมายรวมของประเพณีนี้คือความกตัญญู ซึ่งเป็นคุณธรรมที่เป็นคุณลักษณะเฉพาะของคนไทยโดยแท้
สำหรับคุณค่าของประเพณีลอยกระทง ประกอบด้วย
1. คุณค่าต่อครอบครัว ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การประดิษฐ์กระทง แล้วนำไปลอยน้ำเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อน้ำที่ให้คุณประโยชน์ บางท้องถิ่นจะลอยเพื่อแสดงการรำลึกถึงบรรพบุรุษ
2. คุณค่าต่อชุมชน ทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน เช่น ร่วมกันคิดประดิษฐ์กระทง เป็นการส่งเสริมและสืบทอดศิลปกรรมด้านช่างฝีมือ และยังเป็นการพบปะสังสรรค์สนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจร่วมกัน
3. คุณค่าต่อสังคม ทำให้มีความเอื้ออาทรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการช่วยกันรักษาความสะอาดแม่น้ำลำคลอง
4. คุณค่าต่อศาสนา ถือเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เช่น ทางภาคเหนือ เชื่อว่าการลอยกระทง
เพื่อเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าและยังจัดให้มีการทำบุญทำทาน การปฏิบัติธรรมและฟังเทศน์ด้วย
การจัดประเพณีลอยกระทงในปัจจุบันมุ่งส่งเสริมคุณค่าของประเพณีลอยกระทงไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งนำจุดเด่นด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวิถีชีวิตของชุมชนมาเป็นส่วนสำคัญเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมและมีหลายพื้นที่ที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว อาทิ จังหวัดสุโขทัย เชียงใหม่ ตาก ร้อยเอ็ด และสมุทรสงคราม








