ยศชนัน” ผนึกไทย–จีน ชู AI เสริมศักยภาพมนุษย์ ต่อยอดวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม สู่ตลาดอาเซียน

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมระดับนานาชาติ Tengchong Scientists Forum (TSF) 2026 Bangkok Conference ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่าง อว. กับ Tengchong Scientists Forum Organizing Committee, Chinese Academy of Sciences Innovation Cooperation Center Bangkok (CAS-ICCB) และมหาวิทยาลัยมหิดล ณ ห้องประชุมโรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือด้าน AI ระหว่างไทยกับจีนในอนาคตไม่ควรอยู่ที่การพัฒนาเครื่องจักรให้มีความสามารถเหนือมนุษย์ หรือ AI กำลังแข่งขันกับมนุษย์ แต่ควรเป็นการนำ AI มาเพิ่มพูนและยกระดับศักยภาพของมนุษย์ หรือการเสริมศักยภาพมนุษย์ด้วย AI (AI-Augmented Human Intelligence) ให้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมความสามารถของคน และช่วยให้มนุษย์สามารถสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันต้องพัฒนาศักยภาพของคนให้ก้าวทันความก้าวหน้าของ AI ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี โดยให้ความสำคัญกับ ‘อธิปไตยของมนุษย์’ (Human Sovereignty) ควบคู่กับอธิปไตยด้าน AI และข้อมูล เพื่อให้เทคโนโลยีอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า ความร่วมมือระหว่างไทยและจีนจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องร่วมกันนำ AI มาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เร่งการค้นคว้าวิจัย และพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ โดยเฉพาะการต่อยอดนวัตกรรมสู่ตลาดอาเซียน ซึ่งมีประชากรกว่า 600 ล้านคน ไทยสามารถเป็นพื้นที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการทดลองนวัตกรรมร่วมกับจีน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทของภูมิภาค และสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการ Thailand Brain Initiative เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนหน้า จะมีเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface: BCI) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงสมอง มนุษย์ และ AI และเปิดพื้นที่ใหม่ในการพัฒนาศักยภาพของคน ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเดียวกัน คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ และสร้างประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต

ด้านนางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญในการนำจุดแข็งของแต่ละประเทศมาเสริมซึ่งกันและกัน จีนมีความก้าวหน้าอย่างมากด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ขณะที่ไทยมีศักยภาพในการเชื่อมโยงความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค การประชุมครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย และต่อยอดความร่วมมือด้าน AI และวิทยาศาสตร์ชีวภาพระหว่างจีน ไทย และอาเซียน เพื่อร่วมกันสร้างประโยชน์และโอกาสใหม่ๆ ให้กับภูมิภาคในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง