ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ผ่านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูง โดยมุ่งเน้นการผลักดันปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) และการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) สู่การใช้งานจริงในระบบสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพและอายุยืนแห่งเอเชีย (Asia Health & Longevity Hub) พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 3.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2575
การขับเคลื่อนครั้งสำคัญนี้เป็นผลสรุปจากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทย ครั้งที่ 1 ซึ่งเห็นชอบแนวทางการพัฒนาประเทศสู่ Scientific Wellness Economy ผ่าน 3 เสาหลักยุทธศาสตร์ ได้แก่
1. การพัฒนาระบบตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึกและบริการป้องกันโรค
2. การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการฟื้นฟูสุขภาพ
3. การเร่งรัดนวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เป็นของคนไทย
นอกจากนี้ รัฐบาลยังวางแนวทาง 5 โครงการนวัตกรรมเรือธง เพื่อขับเคลื่อนเป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติ ภายใต้กรอบพัฒนา Thailand² Nation of Master ประกอบด้วย
1. การพัฒนาหมูดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อรองรับการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์
2. การจัดตั้งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) เพื่อรองรับนวัตกรรมชีวภาพทางการแพทย์
3. การเชื่อมโยงฐานข้อมูลสุขภาพจากโรงเรียนแพทย์ทั่วประเทศ เพื่อต่อยอดงานวิจัยทางคลินิก
4. การประยุกต์ใช้ Medical AI และ Precision Medicine ในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทั่วประเทศ
5. การปรับแต่งจีโนมมันสำปะหลังเพื่อต้านทานโรคใบด่าง สนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและวัตถุดิบชีวภาพ
รัฐบาลยังเดินหน้าปลดล็อกกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การวิจัยในมนุษย์สำหรับการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ การปรับมาตรฐานการผลิต ATMPs ให้ยืดหยุ่นตามระยะการพัฒนา และการผ่อนคลายเกณฑ์โฆษณาสมุนไพรความเสี่ยงต่ำ รวมถึงเห็นชอบร่างสมุดปกขาวระบบนิเวศ Wellness แห่งชาติ เพื่อวางมาตรฐานและกำกับดูแลบริการสุขภาพตามระดับความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
การขับเคลื่อนเชิงนโยบายครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมโยงระบบสุขภาพทั้งระบบ ตั้งแต่การวิจัยขั้นสูง การพัฒนาเทคโนโลยี การผลิตในอุตสาหกรรม ไปจนถึงการให้บริการทางการแพทย์ เพื่อยกระดับไทยจากการเป็นผู้ให้บริการรักษาและจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างและถือครองเทคโนโลยี” ช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย








