**ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี **แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างบันทึกความตกลงโครงการส่งเสริมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) พร้อมอนุมัติให้การเคหะแห่งชาติลงนามร่วมกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยผลักดันเป้าหมายของประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) และยุทธศาสตร์ชาติ
ทั้งนี้ โครงการมีมูลค่ารวม 32.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,050 ล้านบาท โดยได้รับเงินให้เปล่าจากกองทุน GEF ผ่าน UNEP จำนวน 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 102.86 ล้านบาท ร่วมกับเงินลงทุนและเงินบริจาคสมทบจากการเคหะแห่งชาติและ กฟผ. มีกรอบดำเนินงาน 5 ปี บังคับใช้ในปี 2569–2572 และขยายเวลาตามความตกลง
โครงการนี้มีกิจกรรมหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1. พัฒนามาตรฐานบ้านประหยัดพลังงานประเภทบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด และขยายผลการติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 2. ดึงสถาบันการเงินจัดตั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ประชาชนรายได้น้อย–ปานกลางกู้ซื้อหรือสร้างบ้านประหยัดพลังงาน และ 3. พัฒนาบุคลากร อบรมเทคนิคการออกแบบอาคารสีเขียวแก่บุคลากร และรณรงค์ประชาชน
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นสอดคล้องกันว่า ร่างบันทึกความตกลงดังกล่าวเป็นการตกลงระดับหน่วยงานรัฐกับองค์กรระหว่างประเทศ ไม่เข้าข่ายหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ และไม่มีภาระงบประมาณเพิ่มเติมที่รัฐบาลต้องจ่าย รวมทั้งผ่านการตรวจร่างทางกฎหมายจากอัยการสูงสุดแล้ว








