กระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากทั่วประเทศ พร้อมเปิดแผนประคองกิจการและมาตรการดูแลกลุ่มเปราะบาง

นพ.สฤษดิ์เดช เจริญไชย ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามสถานการณ์และประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินความเสี่ยงสถานพยาบาลในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

จากการประเมินเบื้องต้น พบพื้นที่เสี่ยงสูงประมาณ 20 จังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดทางผ่านน้ำและพื้นที่รับน้ำ เช่น พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานี ตราด และจันทบุรี ซึ่งกระทบต่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. หลักร้อยแห่ง และโรงพยาบาลขนาดใหญ่หลักสิบแห่ง

อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้สถานพยาบาลทุกแห่งทบทวน “แผนประคองกิจการ” เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเข้าอาคาร พร้อมสำรองระบบไฟฟ้า น้ำดื่ม ยา และเวชภัณฑ์ให้เพียงพออย่างน้อย 72 ชั่วโมง รวมทั้งประสานสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. เตรียมความพร้อมด้านยานพาหนะ เรือ และการขนส่งทางอากาศไว้รองรับแล้ว

สำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่น หญิงใกล้คลอด และผู้ป่วยที่ต้องฟอกไต ได้มีการจัดทำฐานข้อมูลครอบคลุมทุกพื้นที่ หากประเมินว่าสถานการณ์ไม่ปลอดภัย จะมีแผนเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกไปพักฟื้นในสถานพยาบาลสำรองที่ปลอดภัยทันที

ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉิน ยังได้เน้นย้ำถึงข้อปฏิบัติสำหรับประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำเชี่ยว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจมน้ำและสัตว์มีพิษกัดต่อย ระมัดระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว และหากเกิดเหตุผู้ถูกไฟฟ้าช็อตหมดสติ ผู้เข้าช่วยเหลือต้องตั้งสติและมั่นใจว่าพื้นที่นั้นไม่มีไฟรั่วก่อนดึงตัวผู้ป่วยออกมาปฐมพยาบาล เพื่อป้องกันอันตรายซ้ำซ้อน

ทั้งนี้ หากมีสัญญาณเตือนภัยให้อพยพ ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทันที โดยตระหนักแต่ไม่ตระหนก และให้คำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิตเป็นสำคัญที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง