นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้ภาพรวมการระบายน้ำเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในคลองแสนแสบลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คลองสาขาย่อยสามารถเร่งระบายน้ำออกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะถนนสายหลักอย่างถนนรามคำแหง น้ำลดลงจนแห้งและเปิดการจราจรให้รถทุกชนิดสัญจรได้ตามปกติจนถึงแนวมอเตอร์เวย์และถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวน) ส่วนถนนลาดพร้าว ช่วงซอยลาดพร้าว 122 ไปจนถึงแยกบางกะปิ ยังมีน้ำท่วมขังเป็นบางช่วง ซึ่งได้จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าเร่งเคลียร์พื้นที่แล้ว
สำหรับพื้นที่วิกฤตอย่างชุมชนเคหะคลองจั่น (แฟลตคลองจั่น) ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและระบบท่อระบายน้ำเดิมระบายได้ช้า กทม. ได้บูรณาการร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานข้างเคียง ระดมเครื่องสูบน้ำกำลังสูง รวมถึง “ท่อสูบน้ำพญานาค (ท่อซิ่ง)” เข้าปฏิบัติการดึงน้ำออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยอาศัยจังหวะที่คลองแสนแสบลดระดับลงตั้งแต่ช่วงดึก เดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังจากสถานีสูบน้ำข้างนิด้า กำลังสูบ 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และสถานีสูบน้ำคลองลำพังพวย ข้างสำนักงานเขตบางกะปิ กำลังสูบ 8 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในจุดท่วมขังของเคหะคลองจั่นลดลงอย่างรวดเร็วมากกว่า 50 เซนติเมตร
ทั้งนี้ เมื่อถนนสายหลักแห้งสนิทแล้ว กทม. จะปูพรมส่งทีมงานลงไปสูบระบายน้ำเน่าเสียที่ตกค้างตามหมู่บ้าน ชุมชน และตรอกซอกซอยต่าง ๆ เพื่อดึงออกสู่คลองสายหลักให้หมดสิ้น
ส่วนสถานการณ์ในโซนอื่น ๆ ทางฝั่งเขตลาดกระบังและถนนศรีนครินทร์ การระบายน้ำบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์ยังคงเป็นไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากไม่มีอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ช่วยเหมือนฝั่งคลองแสนแสบ จึงต้องใช้ระบบเครื่องสูบน้ำทยอยดึงน้ำเป็นหลัก
ขณะที่โซนเขตสายไหมและสะพานใหม่ ขอยืนยันว่าไม่ได้เกิดเหตุคันกั้นน้ำแตกตามที่มีกระแสข่าว แต่เป็นภาวะน้ำล้นแนวคัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งเรียงกระสอบทรายเสริมความสูงของคันกั้นน้ำ ซ่อมแซมจุดชำรุด และประสานงานเปิดประตูระบายน้ำฝั่งพระยาสุเรนทร์ เพื่อประคองสถานการณ์น้ำร่วมกับจังหวัดปริมณฑลอย่างใกล้ชิด
ด้านความกังวลเรื่องน้ำเหนือที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา นายวิศณุ ยืนยันว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยและต่ำกว่าแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของ กทม. อย่างชัดเจน โดยคันกั้นน้ำสามารถรองรับระดับน้ำได้มากกว่า 3 เมตร จึงยังไม่น่าเป็นห่วงสำหรับพื้นที่ชั้นใน แต่ได้เน้นย้ำแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงจุดเสี่ยงที่มีรอยฟันหลอหรือรอยรั่วซึม ให้เตรียมพร้อมรับมือและเฝ้าระวังต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ได้ชี้แจงถึงประเด็นข้อวิจารณ์เรื่องการเตรียมการพร่องน้ำล่วงหน้าว่า กทม. มีนโยบายลดระดับน้ำและพร่องน้ำในคลองให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดตลอดช่วงฤดูฝนอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องรอฟังการพยากรณ์อากาศ
ส่วนกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของสถานีสูบน้ำพระโขนง ยืนยันว่าเครื่องสูบน้ำเดินหน้าทำงานเต็มกำลังทุกตัว แต่เนื่องจากสภาพกายภาพของคลองประเวศฯ และคลองพระโขนงมีลักษณะแคบเป็น “คอขวด” ทำให้มวลน้ำไหลมาถึงหน้าสถานีสูบน้ำได้ช้า ซึ่งปัจจุบัน กทม. ได้ผู้รับจ้างและอยู่ระหว่างเริ่มก่อสร้างโครงการอุโมงค์รับน้ำบริเวณวัดมหาบุศย์ เพื่อยิงตรงระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยไม่ต้องผ่านช่วงคอขวด ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาคอขวดและเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำของคลองพระโขนงและคลองประเวศฯ ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว








