กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วงวันที่ 25–28 ตุลาคม 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 4 (276/2569) โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 25–28 ตุลาคม 2569 ภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำที่อาจเกิดน้ำท่วมขัง

ส่วนช่วงวันที่ 25–27 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก และอาจเกิดฟ้าผ่าในบางพื้นที่ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับผลกระทบก่อน จากนั้นภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และใกล้ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

สาเหตุเกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขณะที่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงดังกล่าวอย่างระมัดระวัง พร้อมติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง ผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พยากรณ์อากาศตั้งแต่เช้าวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ถึงเช้าวันที่ 26 ตุลาคม 2569

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดพะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21–26 องศาเซลเซียส สูงสุด 35–37 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 23–25 องศาเซลเซียส สูงสุด 34–37 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 24–27 องศาเซลเซียส สูงสุด 35–36 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง อุณหภูมิต่ำสุด 23–25 องศาเซลเซียส สูงสุด 32–35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 10–30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง และฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23–25 องศาเซลเซียส สูงสุด 32–35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวนความเร็ว 15–30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต และฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23–26 องศาเซลเซียส สูงสุด 31–33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือความเร็ว 15–30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25–27 องศาเซลเซียส สูงสุด 34–35 องศาเซลเซียส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง