ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลชื่นชมการนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะการต่อยอด “ข้าวหอมมะลิ 105” จากพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด สู่ผลิตภัณฑ์ “ชาใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่สนใจผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกและผลิตชาใบข้าวจากใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105 เพื่อพัฒนาอาชีพในจังหวัดร้อยเอ็ด มุ่งต่อยอดข้าวไทยจากการจำหน่ายผลผลิตแบบเดิมสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มที่ตอบโจทย์ตลาดอาหารและเครื่องดื่ม
โครงการนำร่องในจังหวัดร้อยเอ็ดมีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 350 ราย ครอบคลุม 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอโพนทราย และอำเภอหนองฮี พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ตั้งแต่การจัดการแปลงปลูกและการดูแลคุณภาพใบอ่อน ไปจนถึงการแปรรูปและพัฒนาตลาด ข้อมูลจากโครงการระบุว่า ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 80 ขณะที่การต่อยอดเชิงพาณิชย์สามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรประมาณ 1,500–2,000 บาทต่อไร่ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรูปแบบการผลิตและตลาดรองรับ
นอกจากผลิตเป็นใบชาแล้ว ใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105 ยังสามารถแปรรูปเป็นผงสำหรับใช้ในเครื่องดื่มและอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่ชาและลาเต้ ไปจนถึงสมูทตี้และเบเกอรี่ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟ ธุรกิจอาหาร และอุตสาหกรรมแปรรูป นำวัตถุดิบจากข้าวไทยไปสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและสร้างโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกร
โครงการนี้เป็นตัวอย่างของการนำงานวิจัยมาตอบโจทย์เศรษฐกิจ จากเดิมที่เกษตรกรมีรายได้หลักจากเมล็ดข้าว สู่การใช้ประโยชน์จากส่วนอื่นของพืชเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ เชื่อมโยงนักวิจัย เกษตรกร และผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างความหลากหลายให้สินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันด้วยคุณค่าและนวัตกรรมได้มากขึ้น








