นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 2/2569 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 วันนี้ (3 พ.ย. 69) เวลา 09.30 น. ประกอบด้วย อุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มณฑาทิพย์ ฮอลล์ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
การประชุมครั้งนี้มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ผ่านข้อเสนอรวมกว่า 170 โครงการ วงเงินกว่า 78,461 ล้านบาท ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ เกษตรและอาหาร การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการปราบปรามยาเสพติด โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำการพัฒนาภาคเกษตรให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้ประชาชน พร้อมกำชับให้รัฐบาลสนับสนุนเกษตรกรอย่างรอบด้าน ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ การนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะมาใช้ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพผลผลิต ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและยกระดับรายได้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน
นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมขานรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยจะบูรณาการการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ากับการพัฒนาภาคเกษตร ควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายประเทศไทยสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050 ผ่านยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ (LT-LEDS ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2) ซึ่งให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและเกษตรอัจฉริยะ การจัดการปศุสัตว์ การใช้ปุ๋ยและธาตุอาหารพืชอย่างเหมาะสม รวมถึงการปรับรูปแบบการผลิตและการบริโภค เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
“การขับเคลื่อน Net Zero จะต้องไม่ใช่แค่การลดก๊าซเรือนกระจก แต่ต้องทำให้ประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมด้วย เราต้องนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวและเติบโตไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเดินหน้าสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนาภาคเกษตรควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจกเกิดผลในทางปฏิบัติ สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน มุ่งสู่เป้าหมายประเทศไทยที่เติบโตอย่างยั่งยืน








