ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งเน้นแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุดได้วางกรอบยุทธศาสตร์ระยะยาว “อุดรธานีโมเดล 2570–2574 การพัฒนาคุณภาพชีวิตและที่อยู่อาศัยแบบบูรณาการ” ระยะ 5 ปี เพื่อเป็นพิมพ์เขียวระดับประเทศในการแก้ไขปัญหาความยากจน ที่ดินทำกิน และความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยแบบเบ็ดเสร็จ โดยเบื้องต้นจะนำร่องครอบคลุม 5 จังหวัดอีสานเหนือ ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย และบึงกาฬ
การขับเคลื่อนครั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทรัฐบาลจากการช่วยเหลือเชิงรับ มาเป็นการสร้างโอกาสและสร้างอาชีพ โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินงานร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นธุรกิจชุมชน ผ่านการพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน และการเปิดช่องทางการตลาดทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องให้แก่ครัวเรือนเปราะบาง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้ครอบคลุมทุกช่วงวัย โดยดำเนินการตามนโยบาย 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองเด็กและเยาวชนผ่านเครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน ขยายการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุในระดับท้องถิ่นเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ตลอดจนส่งมอบสวัสดิการแห่งรัฐเชิงรุกถึงหน้าบ้านผ่านโครงการ “พม.สร้างสุข…ส่งมอบสวัสดิการ” เพื่อไม่ให้มีใครตกสำรวจ
การทำงานเชิงรุกครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือระยะสั้น แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านสวัสดิการ สิทธิที่ดิน และการสร้างอาชีพ เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว โดยรัฐบาลเตรียมนำผลสำเร็จของ “อุดรธานีโมเดล” ขยายผลเป็นกลไกต้นแบบไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม








