นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงผลการปฏิบัติงานของด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่บูรณาการกำลังร่วมกับกรมศุลกากร ด่านตรวจประมง และตำรวจ บก.ปทส. สกัดจับขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ตรวจยึดเต่าโคลน (Kinosternidae) ทั้งที่มีชีวิตและซาก รวม 473 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าควบคุมภายใต้อนุสัญญา CITES ซุกซ่อนมาในกล่องพัสดุเร่งด่วนระหว่างประเทศ 5 กล่อง จากประเทศเม็กซิโก โดยมีการสำแดงประเภทสินค้าเป็นเท็จว่าเป็น “เข็มขัดหนัง” เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ณ คลังสินค้าขาเข้า เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นการกระทำผิดกฎหมายทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ การตรวจยึดครั้งนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการประสานข้อมูลข่าวกรองและการวิเคราะห์ความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่ยอมให้ถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านหรือปลายทางของขบวนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย พร้อมกำชับกรมอุทยานแห่งชาติฯ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ส่ง ผู้รับปลายทาง และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
สำหรับปฏิบัติการตรวจยึดครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติจากการสแกนภาพเอกซเรย์พัสดุที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง จากเที่ยวบิน KE657 ซึ่งเดินทางมาจากประเทศเม็กซิโก โดยพัสดุระบุชื่อผู้ส่งและผู้รับในประเทศไทย พร้อมสำแดงประเภทสินค้าเป็น “เข็มขัดหนัง” (LEATHER BELTS) เจ้าหน้าที่จึงอายัดพัสดุและเปิดตรวจค้นร่วมกับพนักงานบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ก่อนพบเต่าโคลนทั้งที่มีชีวิตและซากจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายใน รวม 473 ตัว
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 โดยได้ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะส่งมอบเต่าโคลนของกลางให้กลุ่มงานดูแลสุขภาพสัตว์ป่าดำเนินการตรวจรักษาและดูแลตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ พร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรการตรวจสอบและคัดกรองพัสดุขนส่งทางอากาศจากประเทศกลุ่มเสี่ยงอย่างเข้มข้น เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมายต่อไป








