ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “TCCA Grand Forum 2026: CCUS – Thailand’s Next Growth Engine” พร้อมแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โอกาสของประเทศไทยในการพัฒนา CCUS ให้เป็นกลไกสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอน (CCUS: New Growth Engine for Thailand’s Net Zero Future)” ซึ่งเป็นการประชุมเครือข่ายระดับประเทศที่รวบรวมสมาชิก TCCA ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.ศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) กระทรวงพลังงาน ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเครือข่าย Thailand CCUS Alliance (TCCA) และผู้ทรงคุณวุฒิ สกสว. ศ.เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และประธานกรรมการบริหารศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และเครือข่ายต่างประเทศที่เป็นสมาชิก TCCA เข้าร่วม ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ
ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกองค์กรเห็นทิศทางและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ในมิติของอุตสาหกรรม ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลังงานจำนวนมาก ซึ่งหากพิจารณาองค์ความรู้ของอุตสาหกรรมเหล่านี้ จะพบว่ามีศักยภาพในการต่อยอดและแปลงเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ดังนั้น CCUS หรือเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจในแง่มุมทางวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง และต้องขับเคลื่อนควบคู่กับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
ประเทศไทยจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์และนาโนวัสดุ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง แม้การนำเข้าเทคโนโลยีวัสดุดักจับจากต่างประเทศอาจยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและไม่สอดคล้องกับบริบทที่มีความชื้นสูงของประเทศไทย แต่สามารถพัฒนาวัสดุที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศได้เอง นอกจากนี้ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการออกแบบวัสดุ รวมถึงความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรและสตาร์ตอัป จะช่วยเร่งการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่าของ CCUS ตั้งแต่วัสดุดักจับ ระบบเครื่องจักร การขนส่ง การแปรรูปคาร์บอน ไปจนถึงการกักเก็บใต้พื้นดินและใต้ทะเล
ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีดังกล่าวจะนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและการปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศสีเขียว และบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างยั่งยืน
สวทช. มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรด้าน CCUS ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของภาคอุตสาหกรรม โดยใช้ TCCA เป็นกลไกเชื่อมโยงระบบนิเวศการวิจัย พร้อมผลักดันโครงการนำร่องที่ทดสอบกับก๊าซไอเสียจากกระบวนการอุตสาหกรรมจริง และพัฒนาพื้นที่ทดสอบให้เป็นแหล่งเรียนรู้ร่วมกันของนักวิจัย ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา
การพัฒนา CCUS ของไทยต้องก้าวจากห้องปฏิบัติการสู่การทดสอบในโรงงานจริง สวทช. จึงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรด้าน CCUS ควบคู่กับการใช้ TCCA เชื่อมโยงระบบนิเวศการวิจัย โดยกำลังผลักดันโครงการนำร่องที่สามารถทดสอบกับก๊าซไอเสียจากกระบวนการอุตสาหกรรมจริง เพื่อยกระดับองค์ความรู้และสร้างความพร้อมในการขยายผลเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยลดการปล่อยคาร์บอน และผลักดันประเทศไปสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อย่างยั่งยืน
TCCA เป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนของประเทศไทย ทำหน้าที่เชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานวิจัย ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ได้ขยายเครือข่ายครอบคลุม 97 องค์กรพันธมิตร พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี เครื่องมือวิจัย และโครงการ CCUS เชื่อมโยงหน่วยงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนการศึกษาแผนพัฒนาอุตสาหกรรม CCUS และขยายความร่วมมือกับองค์กรด้าน CCUS ในต่างประเทศ
สำหรับระยะต่อไป TCCA จะยกระดับจากการสร้างเครือข่ายไปสู่การสนับสนุนโครงการนำร่อง การพัฒนาเทคโนโลยี การเตรียมความพร้อมเชิงนโยบาย และความร่วมมือด้านการลงทุน พร้อมต่อยอดสู่การจัดตั้งสมาคม TCCA เพื่อให้การขับเคลื่อนดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในระยะยาว








