รัฐบาลเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายต่อเนื่อง ลุยตรวจสอบเข้มร้านกัญชาได้รับอนุญาต 12,279 แห่ง หากฝ่าฝืนเงื่อนไข สั่งพักใช้ใบอนุญาต 30-90 วัน

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าควบคุมกัญชาอย่างมีประสิทธิภาพ กำกับติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นการใช้กัญชาทางการแพทย์ภายใต้กรอบความปลอดภัยสูงสุด เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ ป้องกันการนำไปใช้เพื่อสันทนาการ และลดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน

จากข้อมูลปัจจุบัน ประเทศไทยมีร้านจำหน่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศเหลืออยู่จำนวน 12,279 ร้าน โดย 5 จังหวัดที่มีร้านกัญชามากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,726 ร้าน จังหวัดภูเก็ต จำนวน 1,046 ร้าน จังหวัดชลบุรี จำนวน 900 ร้าน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 717 ร้าน และจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 482 ร้าน

สำหรับภาพรวมการยื่นคำขออุทธรณ์คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตในปี 2569 มีการยื่นคำร้องรวมทั้งสิ้น 66 คำขอ แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร จำนวน 31 คำขอ จังหวัดภูเก็ต จำนวน 15 คำขอ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 7 คำขอ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 6 คำขอ จังหวัดชลบุรี จำนวน 2 คำขอ และจังหวัดอื่น ๆ จำนวน 5 คำขอ

ทั้งนี้ จากการกำกับติดตามและตรวจสอบเชิงรุกเพื่อเฝ้าระวังและดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนที่ผ่านมา พบว่ายังมีผู้ประกอบการบางส่วนฝ่าฝืนเงื่อนไขใบอนุญาตในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ ไม่จัดทำหรือไม่ส่งรายงานตามที่กฎหมายกำหนด จำหน่ายกัญชาโดยไม่มีใบสั่งจ่าย จัดโปรโมชันส่งเสริมการจำหน่ายหรือโฆษณาเพื่อการค้า จัดให้มีการสูบกัญชาภายในสถานประกอบการ และจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์

กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้กำหนดบทลงโทษตั้งแต่การพักใช้ใบอนุญาต 30 หรือ 90 วัน ไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีความผิดร้ายแรง นอกจากนี้ หากผู้ประกอบการเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตและกลับมากระทำผิดซ้ำในกรณีเดิมเป็นครั้งที่ 2 อาจถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตทันทีตามขั้นตอนของกฎหมาย

รัฐบาลย้ำควบคุมการใช้กัญชาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ มุ่งสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนและเยาวชน ยืนยันไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ เน้นย้ำให้คณะอนุกรรมการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ เพื่อกลั่นกรองข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างรอบด้าน ก่อนเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป โดยยึดหลักความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ในทุกกระบวนการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง