นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการเนื่องในวันผังเมืองโลก (World Town Planning Day) ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Thai Urban Planning for a Volatile World ผังเมืองไทย กับโลกที่เปลี่ยนแปลง” โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และ Mrs. Ebba Scholl ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย พร้อมผู้บริหารกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้บริหารกรมที่ดิน โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และนักผังเมืองจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ รวมกว่า 350 คน เข้าร่วมสัมมนาและรับฟังผ่านระบบออนไลน์
นอกจากนี้ ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมกันจัดงานวันผังเมืองโลกพร้อมกับส่วนกลาง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการผังเมืองและการจัดวางผังเมืองให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของประชาชนในพื้นที่
โอกาสนี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เยี่ยมชมนิทรรศการวิชาการผังเมือง ซึ่งจัดแสดงบริเวณด้านหน้าห้องประชุมสัมมนา อาทิ ข้อเสนอแนะ “ภูเก็ต” การพัฒนาเมืองที่ยืดหยุ่นและพร้อมรับมือด้วยระบบการวางแผนเมือง โดยนำเสนอการกำหนดเขตตามพื้นที่ลุ่มน้ำเพื่อประเมินความเสี่ยงเชิงพื้นที่ ทั้งภัยน้ำท่วม ภัยแล้ง และภัยความร้อน รวมถึงการบูรณาการการใช้ประโยชน์ที่ดิน
นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำและการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ Climate Resilient City เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน 4 มิติ นิทรรศการ “ผังเมืองไทยกับโลกที่เปลี่ยนแปลง” ระบบต้นแบบเพื่อสนับสนุนการวางและจัดทำผังเมืองอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์และปัญญาประดิษฐ์ กรณีศึกษาผังเมืองรวมชุมชนบ้านนา จังหวัดนครนายก ผังเมืองรวมเมืองอุบลราชธานี-วารินชำราบ ผังเมืองรวมเมืองยะลา ผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ และผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร รวมถึงระบบตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมือง landuseplan.dpt.go.th เพื่อให้การออกแบบเมืองมุ่งสู่เป้าหมายการเติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน
การมาร่วมงานในวันนี้ทำให้นึกย้อนถึงเมื่อ 6 ปีก่อน ที่ได้มาเปิดงานวันผังเมืองโลก ปี 2563 เป็นเสมือนเดจาวูย้อนเวลาหาอดีต เพื่อร่วมสร้างเมืองแห่งอนาคตร่วมกัน โดยการเดินทางมาในวันนี้เป็นการร่วมทำสิ่งที่ทั่วโลกต้องตระหนัก เนื่องจากกำลังเผชิญสถานการณ์โลกที่แปรผันและมีความผันผวนมากมาย ทั้งสภาพภูมิอากาศที่ยากจะคาดเดา เช่น เมื่อปลายปี 2568 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เกิดน้ำท่วมรุนแรงจากเรนบอมบ์บอม สร้างความเสียหาย รวมถึงพื้นที่ภาคกลางที่ได้รับอิทธิพลจากการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้เกิดน้ำท่วมตามเส้นทางน้ำในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา จนถึงจังหวัดปทุมธานี
ในอดีต ภูมิปัญญาของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวคือการสร้างบ้านใต้ถุนสูง เมื่อเกิดน้ำท่วมก็สามารถประกอบอาชีพประมง ตกปลา และหารายได้ได้ แต่ปัจจุบันประชาชนประสบภัยกันหมด เนื่องจากมีการสร้างบ้าน 2 ชั้นแบบไม่มีใต้ถุน ดังนั้น จึงต้องศึกษาและพิจารณาการวางผังเมือง รวมถึงข้อกำหนดหรือกฎของท้องถิ่น เพื่อให้การสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างในแต่ละพื้นที่สอดคล้องกับบริบท โดยมีกรมโยธาธิการและผังเมือง ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบด้านการผังเมืองของประเทศ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา กำหนดทิศทาง หรือเป็น “ผู้คุมกฎเกณฑ์” ว่าพื้นที่ผังเมืองแต่ละโซนจะกำหนดสีอย่างไร และใช้ประโยชน์อย่างไร ตั้งแต่การจัดทำผังประเทศ ผังเมืองรวม ไปจนถึงผังเมืองเฉพาะ ซึ่งมีความพยายามปรับปรุงเพื่อให้แต่ละส่วนรองรับบริบทของพื้นที่ได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นวางแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ของประเทศตั้งแต่วันนี้ โดยนำหลักวิชาการผังเมืองมาใช้กำหนดทิศทางและสร้างความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากประเทศไทยและทั่วโลกยังต้องเผชิญภัยพิบัติมากมาย โดยเฉพาะผังเมืองกรุงเทพมหานครที่สะท้อนให้เห็นปัญหาน้ำท่วมจากฝนตกหนักในพื้นที่หนองจอก มีนบุรี และสายไหม รวมถึงความเสี่ยงหากเกิดน้ำป่าในอนาคต จึงอาจต้องนำภาษิตไทย “เสียน้อย เสียยาก เสียมาก เสียง่าย” มาเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดพื้นที่ โดยบางหมู่บ้านอาจต้องย้ายออกไปสร้างในพื้นที่ใหม่ เช่น บ้านห้วยขาบ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ จนต้องย้ายหมู่บ้านออกไป เนื่องจากพื้นที่เดิมไม่สามารถตั้งหมู่บ้านได้อีกแล้ว
นี่คือความสำคัญของการเป็นหน่วยงานที่ต้องคาดการณ์และศึกษาอนาคต โดยนำประวัติศาสตร์มาเป็นบทเรียนเพื่อวางแผนรองรับ รวมถึงพื้นที่ที่ประสบภัยซ้ำซาก ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการและการวางผังเมืองรองรับพื้นที่เหล่านั้น เช่น เมืองซับน้ำ จึงฝากโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ในฐานะเลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดด้านการผังเมือง ออกแบบพื้นที่ให้รองรับบริบทความเปลี่ยนแปลง มีความยืดหยุ่น เป็นเมืองที่มีภูมิคุ้มกัน สามารถฟื้นตัวและเป็นเมืองสำหรับทุกคนได้
วันผังเมืองโลกเป็นโอกาสสำคัญที่ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศจะได้ร่วมกันจัดงาน เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของผังเมืองในการกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ ตลอดจนการพัฒนาชีวิตและการดำรงชีวิตของประชาชนในระยะยาว จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันออกแบบเมืองให้เติบโตไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง สร้างเมืองแห่งอนาคตที่รองรับโลกซึ่งมีความผันผวนสูง เป็นเมืองที่น่าอยู่ ปลอดภัย และยั่งยืน โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองจะรวบรวมข้อเสนอแนะและองค์ความรู้ทางวิชาการ เพื่อนำไปสู่การจัดทำผังเมืองและพัฒนาเมืองอย่างเป็นรูปธรรม
กรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะหน่วยงานหลักด้านการผังเมืองและการพัฒนาเมือง ได้จัดงานสัมมนาทางวิชาการเนื่องในวันผังเมืองโลก เนื่องจากการพัฒนาเมืองระดับสากลกำลังเผชิญภาวะวิกฤตที่มีความซับซ้อนและผันผวน อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้การพัฒนาเมืองรูปแบบเดิมขาดความยืดหยุ่น จึงต้องยกระดับการผังเมืองจากเครื่องมือทางกฎหมายในการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน ไปสู่ “กลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการสร้างเมืองที่มีความยืดหยุ่น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง”
เวทีดังกล่าวจะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิดการผังเมืองและการพัฒนาเมืองในบริบทโลกที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อยกระดับการผังเมืองไทยให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเมืองที่น่าอยู่ มีความยืดหยุ่น และยั่งยืน








