นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงการยกระดับขีดความสามารถและการดึงดูดการลงทุนระหว่างประเทศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยกำลังดำเนินกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล การตรวจสอบได้ ความเป็นธรรม และการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยในการประชุม IMF ที่ผ่านมา เลขาธิการ OECD ได้แสดงความมั่นใจว่า หากไทยดำเนินการตามเอกสารที่เสนอและให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง จะสามารถเข้าเป็นสมาชิกได้อย่างแน่นอนในระยะเวลาอันรวดเร็ว แม้กรอบการทำงานที่วางไว้จะอยู่ที่ประมาณ 5 ปี แต่รัฐบาลตั้งใจเร่งกระบวนการให้เสร็จเร็วกว่ากรอบดังกล่าว เพราะได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมแล้ว
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาได้ปรับสถานะขึ้นไปจำนวนมาก โดยเฉพาะการเปิดโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการทุกวิถีทาง เช่น การอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน โดยผลักดันโครงการ Thailand FastPass และให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นจุดประสานงานหลักแห่งเดียว เพื่อช่วยลดข้อจำกัดจากการติดต่อหลายหน่วยงาน ขจัดการเรียกรับผลประโยชน์และการเลือกปฏิบัติในการอนุมัติโครงการลงทุน
ตัวแทนจาก Google เข้าพบและแสดงความพร้อมลงทุนในไทยไม่น้อยกว่าที่ลงทุนในมาเลเซีย พร้อมระบุว่ามูลค่าการลงทุนที่มีอยู่ในไทยอยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง Google มองว่ายังเป็นตัวเลขที่น้อยและมีแผนขยายการลงทุนเพิ่ม โดยประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านทำเลที่ตั้ง เสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างพื้นฐาน ระบบกระจายสินค้า ระบบภาษี และโอกาสพัฒนาทักษะแรงงานไทย
ขณะที่ด้านเทคโนโลยีและ AI นายกรัฐมนตรีเน้นแนวทางว่า “ไม่ให้ AI คุมเรา แต่เราต้องคุม AI” โดยกล่าวถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลเทคโนโลยี เพื่อไม่ให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้แรงงานไทยตกงาน และเพื่อให้คนไทยสามารถพัฒนาทักษะไปทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ พร้อมย้ำว่าการเปิดรับนักลงทุนต่างชาติไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ทุนใหญ่ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศสร้างรายได้และขยายขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ








