นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเดินทางเยือนนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อหารือแนวทางการขยายการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยสู่ตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และภูมิภาคใกล้เคียง และหารือแนวทางการเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไทยที่มีศักยภาพมายังยูเออี รวมถึงการขอจัดตั้งสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำเมืองดูไบเพื่อสนับสนุนการทำงานของทีมประเทศไทยในการผลักดันการค้าสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ว่าทางกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้แสดงความขอบคุณต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้ความสำคัญกับตลาดยูเออี ซึ่งเป็นประเทศที่นำเข้าสินค้าอาหารคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90 และอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงหลายภูมิภาค ส่งผลให้ยูเออีมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางและทวีปแอฟริกา
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมตลาดกลางพืชผักผลไม้ดูไบ(Al Aweer) ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายผักและผลไม้ทั้งในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ เยเมน อาเซอร์ไบจาน ศรีลังกา อียิปต์ ไทย และฟิลิปปินส์ โดยผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่า สินค้าเกษตรจากประเทศไทยยังมีปริมาณไม่มาก เนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูงและผู้บริโภคชาวยูเออียังมีทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทย คนไทยและอาหารไทย ทำให้สินค้าเกษตรและอาหารของไทยยังมีโอกาสเติบโตในตลาดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้มีการสำรวจสินค้าภายในซูเปอร์มาร์เก็ต Waitrose ณ ศูนย์การค้าดูไบ มอลล์ เพื่อศึกษารูปแบบการค้าปลีกสมัยใหม่ พบว่ามีสินค้าไทยวางจำหน่าย อาทิ มะละกอ ข้าว และมังคุด โดยมีการจัดเรียงสินค้าอย่างเป็นระบบ แสดงแหล่งที่มาของสินค้านำเข้าอย่างชัดเจน รวมถึงมีผลไม้บรรจุภัณฑ์ปอกพร้อมรับประทานหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในตลาดยูเออีอีกด้วย








