นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E. – Center) เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและภาคีเครือข่าย เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยเผชิญกับภัยคุกคามที่เชื่อมโยงกับการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นการสวมสิทธิ์เป็นบุคคลสัญชาติไทย การสวมสิทธิ์เป็นบุคคลไร้สัญชาติเพื่อพัฒนาสถานะ การนำเอกสารทางทะเบียนที่ได้มาโดยมิชอบไปใช้ก่ออาชญากรรม เช่น การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ การเป็นบัญชีม้า หรือการถือครองทรัพย์สินและดำเนินธุรกิจ
ในลักษณะนอมินี ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจ และสิทธิของประชาชน พร้อมย้ำว่า “การให้สัญชาติไทยไม่ใช่เพียงงานบริการ แต่เป็นหนึ่งในเสาหลักความมั่นคงของชาติ” ในช่วงที่ผ่านมาหลายฝ่ายอาจตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงพบคดีทุจริตทางทะเบียนเพิ่มขึ้น ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นผลจากการที่กรมการปกครองได้ย้อนกลับไปตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อค้นหาและแก้ไขความผิดปกติที่สะสมมาในอดีต ไม่ใช่เพราะปัญหาเกิดขึ้นมากกว่าเดิม แต่เป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า ระบบทะเบียนราษฎรและสัญชาติของประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคตจะมีความถูกต้อง โปร่งใส และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
การดำเนินงานของศูนย์ประสานงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E. – Center) เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา ภายใต้แนวปฏิบัติ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยยึดพฤติการณ์และพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ยึดติดกับตัวบุคคลหรือสถานะของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาค โปร่งใส และมีประสิทธิภาพในการปราบปรามการกระทำความผิดทางทะเบียน มีเป้าหมายเพื่อให้การประสานงาน การสืบสวน การแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
นอกจากนี้ การจัดตั้งศูนย์ฯ ยังเป็นการยกระดับการคุ้มครองข้อมูลทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ และยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านทะเบียนให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ เนื่องจากภารกิจด้านทะเบียนมีการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมดำเนินการ จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่เป็นเอกภาพ เพื่อสร้างความถูกต้อง โปร่งใส และความเชื่อมั่นให้กับระบบทะเบียนของประเทศ โดยประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน และกรมการปกครองจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งไว้เป็นความลับสูงสุด เพื่อความปลอดภัยของผู้แจ้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี ซึ่งหากพบความผิดปกติสามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1548 ศูนย์ตอบปัญหางานทะเบียนและบัตรสายด่วน 1567 ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย รวมถึงช่องทางออนไลน์ของกรมการปกครองและภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียน นอกจากนี้ กรมการปกครองขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการร่วมสื่อสาร สร้างการรับรู้ และเสนอแนะแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตทางทะเบียน เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความถูกต้องของระบบทะเบียน และร่วมเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ
กรมการปกครองจะผลักดันการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องให้ทันต่อสถานการณ์ เนื่องจากกฎหมายบางส่วนยังมีช่องโหว่ ขณะที่เทคโนโลยีของผู้กระทำผิดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การปลอมแปลงเอกสารสำคัญ เช่น ใบรับรองการเกิด ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แม้ว่าปัจจุบันกรมการปกครองจะใช้มาตรการตรวจพิสูจน์ทางพันธุกรรม (DNA) และวิธีการทางนิติวิทยาศาสตร์ประกอบการตรวจสอบแล้วก็ตาม จึงจำเป็นต้องยกระดับมาตรการป้องกันให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งต่อจากนี้จะเห็นปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องไม่มีวันหยุด โดยย้ำว่า “ไม่มีที่หลบซ่อนสำหรับอาชญากรรมทางทะเบียน” เพื่อปกป้องสิทธิของคนไทย รักษาความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนราษฎร และเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ








