พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน 

วันนี้ เวลา 10.36 น.(เวลาท้องถิ่น)  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง  จากโรงแรมแฟร์มอนต์  กรุงฮานอย  โรงแรมที่ประทับ ไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน  และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์  กรุงฮานอย  สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงอนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน  นายเล แค้ง หาย หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี  ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม  พันเอก (พิเศษ) ฝั่ม วัน เหี่ยน  รองผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ   จากนั้น ทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ  แล้วเสด็จขึ้นไปยังฐานอนุสาวรีย์ ฯ ทรงวางพวงมาลา  ประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่วีรชนและผู้เสียสละอนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน  ตั้งอยู่กลางใจเมืองในจัตุรัสบาดิ่ญห์ มีความสูง 12.6 เมตร  เป็นผลงานศิลปะชิ้นเอกของนายเล เหียบ สถาปนิกที่มีชื่อเสียงของชาวเวียดนาม สร้างจากคอนกรีตเสริมเหล็กประดับแผ่นหินแกรนิตสีขาวงาช้างโดยรอบ  รูปร่างอนุสาวรีย์คล้ายเทียนเล่มใหญ่ที่ส่องประกายขึ้นสู่ท้องฟ้า  ตรงกลางอนุสาวรีย์เป็นพื้นที่โล่งสำหรับตั้งแท่นบูชารำลึกถึงวีรชนและทหารกล้าผู้ล่วงลับ นับเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และความศักดิ์สิทธิ์  เป็นสถานที่สำหรับการสักการะและรำลึกถึงวีรชนที่เสียสละชีพเพื่อเอกราชและเสรีภาพของเวียดนาม   

เวลา 10.47 น.(เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  เสด็จพระราชดำเนินไปยังสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์  ณ ที่นั้น นายเล แค้ง หาย หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดีในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม พลตรี  ฝั่ม หาย จุง  ผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้นทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ  ไปยังลานหน้าสุสาน  ทรงวางพวงมาลา  ประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์สมควรแก่เวลา  จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง  เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดกว๋านสือ  กรุงฮานอย  สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 

สุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์  ตั้งอยู่ที่จัตุรัสบาดิ่ญห์ กรุงฮานอย สร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาร่างของประธานาธิบดีโฮจิมินห์   เดิมเป็นสถานที่ที่ประธานาธิบดีโฮจิมินห์อ่านคำประกาศอิสรภาพเพื่อสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม (เวียดนามเหนือ) และเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามที่สะท้อนความเคารพของชาวเวียดนามต่อประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ซึ่งเคลื่อนไหวและต่อสู้เพื่อเอกราชของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สุสานแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ มีความสูง 21.6 เมตร มีฐานกว้าง 31 เมตรออกแบบโดยสถาปนิกชาวเวียดนามและผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพโซเวียต (ในขณะนั้น)  สร้างจากหินแกรนิต  ภายในตกแต่งด้วยผนังหินอ่อนสีแดงขัดเงา  ด้านในมีห้องโถงที่วางร่างของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ในโลงแก้ว หลังคามีลักษณะเป็นรูปดอกบัว  เนื่องจากบ้านเกิดของประธานาธิบดีโฮจิมินห์อยู่ที่หมู่บ้านลางแซน   ซึ่งแปลว่าหมู่บ้านดอกบัว

เวลา 11.06  น (เวลาท้องถิ่น)  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ถึงยังวัดกว๋านสือ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ ณ ที่นั้น  พระมหาคณาจารย์ทิธ เถียน เญินประธานสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม เฝ้ารับเสด็จและทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปยังแท่นบูชาเบื้องหน้าพระประธาน  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน และดอกไม้ธูปเทียนแพ  จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง  แล้วคณะสงฆ์เวียดนาม จำนวน 30 รูป  เจริญพระพุทธมนต์  จบแล้ว  ทรงกราบที่พระแท่น  แล้วเสด็จลงจากพระอุโบสถ  เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง  เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย โรงแรมที่ประทับ 

วัดกว๋านสือ   สร้างขึ้นในรัชสมัยราชวงศ์แล ในพุทธศตวรรษที่ 20  เดิมเป็นวัดขนาดเล็ก ใช้เป็นสถานที่รับรองพระธรรมทูตจากต่างประเทศต่อมาได้มีการต่อเติมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและได้รับการบูรณะตามหลักสถาปัตยกรรมวัดทางภาคเหนือของเวียดนาม  ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปิดทองเรียงลดหลั่นเป็นชั้นๆ โดยแท่นบูชาชั้นสูงสุดประดิษฐานพระพุทธรูปพระรัตนตรัย ชั้นรองลงมาประดิษฐานพระอมิตาภพุทธะ พร้อมพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์และพระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ขนาบข้าง  ชั้นล่างสุดประดิษฐานพระศากยมุนีพุทธเจ้าพร้อมพระสาวก 

ปัจจุบันวัดกว๋านสือเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม โดยด้านหลังของวัดเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนพระธรรมวินัย  มีหอวิจัย หอแสดงธรรม  และหอสมุดรวบรวมพระไตรปิฎกและเอกสารทางพุทธศาสนา  ทำให้วัดกว๋านสือไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาเท่านั้น  แต่ยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านพุทธศาสนาอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง