กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่คลองถมเซ็นเตอร์ ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำเสียจากการดับเพลิงและกากมลพิษจากวัสดุที่ถูกเผาไหม้ ขณะที่ยอดผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเป็น 217 ราย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรมควบคุมมลพิษ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำเสียที่เกิดจากการฉีดน้ำดับเพลิง รวมถึงกากของเสียจากวัสดุที่ถูกเผาไหม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเก็บตัวอย่างกากมลพิษบริเวณโดยรอบตัวอาคารรวม 4 จุด

ส่วนจุด One Stop Service บริเวณศาลาวัดพระพิเรนทร์ ซึ่งสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย สน.พลับพลาไชย 1 และศูนย์บริการสาธารณสุข 20 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เปิดให้บริการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม–1 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. มีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแล้ว 217 ราย ในจำนวนนี้มี 103 รายที่ยื่นเอกสารครบถ้วนแล้ว

สำหรับจำนวนผู้ได้รับความเสียหายทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากคลองถมเซ็นเตอร์มีร้านค้าหรือล็อกทั้งหมดกว่า 300 ร้าน และยังไม่ทราบว่ามีเจ้าของร้านบางรายครอบครองมากกว่า 1 ล็อกจำนวนเท่าใด โดยจุด One Stop Service จะยังเปิดให้บริการต่อเนื่องจนกว่าจะมีผู้เข้ามาแจ้งขอรับความช่วยเหลือครบถ้วน หรือหากจำนวนผู้มาใช้บริการลดลง อาจย้ายศูนย์ไปให้บริการภายในสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

ด้านพลตำรวจตรี วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ชี้จุดต้องสงสัยบริเวณโซน C ซึ่งคาดว่าเป็นจุดต้นเพลิง ได้ประสานให้เจ้าของตลาดว่าจ้างผู้รับเหมาใช้เครื่องจักรรื้อถอนซากอาคารบริเวณชั้น 2 และ 3 เพื่อเปิดทางและเคลียร์พื้นที่ให้มีความปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานหาสาเหตุเพลิงไหม้

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้รับแผนผังตลาดจากเจ้าของตลาดแล้ว เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบร้านค้าและพื้นที่ต่าง ๆ โดยจะเน้นตรวจสอบบริเวณโซน C เนื่องจากมีพยานให้ข้อมูลว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดวันและเวลาเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ เนื่องจากต้องรอให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเคลียร์พื้นที่ให้แล้วเสร็จก่อน เมื่อพื้นที่มีความพร้อมและปลอดภัย จึงจะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง