นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และจังหวัดสงขลา เฉพาะอำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดต้นทุนการประกอบกิจการ รักษาฐานการผลิตและการจ้างงาน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 และโรงงานจำพวกที่ 3 ทุกขนาดในพื้นที่ที่กำหนด โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ทั้งค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ขยายโรงงาน ค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมการโอนใบอนุญาต รวมถึงค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ และค่าธรรมเนียมรายปี
การยกเว้นครั้งนี้เป็นการดำเนินมาตรการต่อเนื่องจากกฎกระทรวงฉบับเดิมที่สิ้นผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 จึงกำหนดให้ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เพื่อไม่ให้เกิดช่วงว่างของมาตรการ โดยนับเป็นการยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ดังกล่าวเป็นครั้งที่ 4
ที่ผ่านมา รัฐบาลใช้มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่และลดภาระต้นทุนแก่ผู้ประกอบการ โดยร่างกฎกระทรวงฉบับนี้มุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถรักษากิจการไว้ในพื้นที่ ลดแรงจูงใจในการย้ายฐานการผลิต ส่งเสริมการลงทุน และการขยายกิจการเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมประเมินว่า การยกเว้นค่าธรรมเนียมจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 13.28 ล้านบาท แต่คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในพื้นที่ผ่านการรักษาฐานการผลิต การจ้างงาน และรายได้ของประชาชน
มาตรการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงการลดภาระค่าธรรมเนียม แต่ต้องการช่วยให้ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ มีต้นทุนลดลง และมีความมั่นใจที่จะรักษาหรือขยายการลงทุนในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยรักษางานและรายได้ของประชาชนควบคู่กันไป
ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ก่อนมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ โดยกำหนดระยะเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมไว้ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป








