นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบยุทธศาสตร์เทคโนโลยีระบบรางของประเทศ พ.ศ. 2571–2575 ของสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) เป็นองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการงานวิจัย พัฒนานวัตกรรมด้านการขนส่ง และถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาระบบการขนส่งทางรางของไทย รวมถึงส่งเสริมให้โครงการลงทุนด้านการขนส่งทางรางที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากของประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากผลการศึกษาวิจัย
ทั้งนี้ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2564 มาตรา 7 (1) กำหนดให้สถาบันฯ จัดทำยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีระบบรางของประเทศ โดยยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2571–2575 ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ 35 โครงการ วงเงินรวม 8,677 ล้านบาท ได้แก่
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง มุ่งเน้นการวิจัยนวัตกรรมขั้นสูงและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อนำไปสู่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการซ่อมบำรุง รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาชิ้นส่วนที่ใช้ทรัพยากรภายในประเทศและได้มาตรฐานสากล
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาบุคลากรในระบบราง มุ่งจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างเป็นระบบ วิเคราะห์อุปสงค์และอุปทานแรงงาน จัดทำฐานข้อมูลกลาง บูรณาการหลักสูตร จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมและทดสอบบุคลากร รวมถึงสร้างมาตรฐานวิชาชีพและระบบรับรองสมรรถนะ
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การวิจัยและพัฒนามาตรฐานการขนส่งทางรางและระบบการทดสอบ มุ่งจัดทำเกณฑ์และเทคนิคที่ครอบคลุมองค์ประกอบของระบบราง ยกระดับศูนย์ทดสอบให้สามารถทดสอบและรับรองคุณภาพชิ้นส่วน รวมถึงเผยแพร่มาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลศูนย์ทดสอบ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การรับและถ่ายทอดเทคโนโลยี มุ่งจัดทำแผนที่นำทางเพื่อกำหนดเป้าหมายและหลักเกณฑ์การถ่ายทอดเทคโนโลยีในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และพัฒนาฐานข้อมูลกลางสำหรับจัดเก็บองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศในระยะยาว
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การสร้างอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศ มุ่งผลักดันนโยบายและมาตรการส่งเสริมการสร้างอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศอย่างครบวงจร รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์และใช้มาตรการส่งเสริมการลงทุน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการภายในประเทศ








