นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ได้พบปะคณะกรรมการสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และพี่น้องเกษตรกรชาวนา จาก 58 จังหวัดทั่วประเทศ เข้าประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ครั้งที่ 1/2569 และประชุมสัมมนามาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก โดยมีนายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมเอสเพรสโซ โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท อำเภอพระนคร ศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ภาคเกษตรโดยเฉพาะข้าว กำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤตจากหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป กระทรวงพาณิชย์จะทำงานเชื่อมโยงกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การดูแลภาคข้าวครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ได้รับข้อเสนอหนังสือข้อเสนอจากสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ทั้งในส่วนของมาตรการเร่งด่วน 6 ข้อ และมาตรการระยะยาว 5 ข้อ สำหรับการดูแลของภาครัฐ แยกเป็น 3 ส่วน มาตรการด้าน “ต้นน้ำ” ภาครัฐจะเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพและให้ผลผลิตสูงขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยปัจจุบันผลผลิตข้าวไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-700 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งยังต่ำกว่าหลายประเทศคู่แข่ง
ด้าน “กลางน้ำ” จะเน้นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการแปรรูป โดยสนับสนุนเครื่องจักรและองค์ความรู้ให้กับชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและมีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการการขายได้ดีขึ้น และลดแรงกดดันจากราคาที่ผันผวน
ด้าน “ปลายน้ำ” กระทรวงพาณิชย์จะเร่งทำตลาดและดูแลเสถียรภาพราคา โดยใช้เครื่องมือด้านข้อมูลและการตลาด เช่น ระบบติดตามสถานการณ์ข้าวแบบเรียลไทม์ และการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายและกระจายผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ จะผลักดันแนวคิด “ข้าวประณีต” เพื่อยกระดับมูลค่าสินค้า ผ่านการพัฒนาคุณภาพ การสร้างเรื่องราว และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้สามารถแข่งขันในตลาดที่มีมูลค่าสูงได้ ” นางศุภจี กล่าว










