นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนการประชุม ครม. ว่า วาระการพิจารณาในวันนี้ว่า จะมีการพิจารณากฎหมายที่สำคัญ อย่าง พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท สำหรับ พ.ร.ก. กู้เงินจะนำไปใช้ในสองส่วนคือ การบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศมาใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานแสงอาทิตย์ รัฐบาลตั้งเป้าจะใช้วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นตัวเร่งให้ประเทศไทย ใช้หลังคาบ้านเรือน ผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งทั้งสองส่วนจะไปด้วยกัน เป็นการประคับประคองความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงภาคการเกษตรด้วย ถือว่าเป็นการสร้างฐานการพัฒนาเรื่องพลังงาน ให้ไปสู่ระยะกลางและระยะระยะยาว ซึ่งหลังการประชุมนายกรัฐมนตรีจะนำแถลงด้วยตนเอง
รัฐบาลยืนยันว่า สำหรับการออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีความรอบคอบ นางสาวรัชดา ย้ำว่า ขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องออก พ.ร.ก. ทุกอย่างรัฐบาลชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ถึงความจำเป็นได้และไม่ต้องกลัวว่าเงินนั้นจะหายไปหรือไม่ เพราะโครงการที่จะนำไปดูแลประชาชน เช่น ไทยช่วยไทยและคนละครึ่งพลัส จะเป็นการโอนเงินจากรัฐบาลสู่กระเป๋าประชาชนโดยตรง อีกส่วนสำหรับประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็เป็นการดึงเงินจากรัฐไปสู่กระเป๋าประชาชนเช่นกัน ดังนั้น เงินจึงไม่หล่นหายไปไหนระหว่างทางแน่นอน
ทั้งนี้ ขอบคุณฝ่ายค้าน ที่ยกประเด็นที่ถือเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ซึ่งในส่วนของรัฐบาลยืนยันว่า มีความโปร่งใสและขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลนี้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ มีการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศทั้งระยะสั้นระยะกลางและระยะยาว ซึ่งงบประมาณของ พ.ร.ก.เงินกู้จะเป็นการดูแลในช่วงฉุกเฉินนี้ ขณะเดียวกันจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งอยู่ในแผนพัฒนาประเทศทั้งระยะกลางและระยะยาว
นางสาวรัชดา ยังกล่าวต่อว่า ยังมีการพิจารณากฎหมายที่สำคัญ อย่างการยกเลิก MOU 44 รวมถึงการยืนยันร่างกฎหมายที่จากสภาชุดเดิม ซึ่งเป็นการสานต่อสิ่งดีๆจากฝ่ายนิติบัญญัติ ที่คณะรัฐมนตรีพร้อมสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาร่างข้อตกลง ที่จะไปลงนามในที่ประชุมอาเซียนและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งทีมโฆษกรัฐบาลจะชี้แจงรายละเอียดต่อไป








