ผลสำรวจความคิดเห็นคนกรุงเทพฯ ที่มีสิทธิเลือกตั้ง ระบุต้องการผู้ว่าฯ กทม. ที่มีประสบการณ์ พร้อมทำงานทันที

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 2)” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,179 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2569 

ผลการสำรวจ พบว่า คุณลักษณะของผู้ว่าฯ กทม. ที่ต้องการมากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบันคือ 

มีประสบการณ์พร้อมทำงานทันที ร้อยละ 36.39 

เป็นคนรุ่นใหม่ มีวิสัยทัศน์ใหม่ๆ ร้อยละ 21.37

เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (เช่น ผังเมือง ความปลอดภัย) ร้อยละ 16.12

สำหรับผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไปที่อยากให้เป็น คือ 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 57.68 

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 17.90

นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล ร้อยละ 4.75

ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 13.57

เมื่อถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สก. กลุ่มตัวอย่างตอบว่าจะเลือก สก.จากพรรคประชาชน ร้อยละ 35.20 และมองว่า หลังจากได้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่แล้ว กทม.น่าจะดีขึ้น ร้อยละ 78.03 

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลล่าสุด พบว่าคะแนนของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังคงนำและขยับเพิ่มขึ้น ด้านนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน มีกระแสแผ่วลงเล็กน้อย สะท้อนว่าคนกรุงในเวลานี้ อาจต้องการเห็นผลลัพธ์เชิงปฏิบัติ จึงเทใจให้ผู้สมัครที่มีประสบการณ์ พร้อมเริ่มงานได้ทันที มากกว่ากระแสคนรุ่นใหม่ เพราะคาดหวังกับการแก้ปัญหาเมืองที่จับต้องได้จริงและหวังให้กรุงเทพฯ ดีขึ้น 

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์มนตรี พานิชยานุวัฒน์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการด้านกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจสวนดุสิตโพล สะท้อนให้เห็นว่า คนกรุงเทพฯ ในปี 2569 ให้ความสำคัญกับ “ประสิทธิภาพในการบริหาร” มากกว่ากระแสทางการเมือง โดยต้องการผู้ว่าฯ กทม.ที่ “มีประสบการณ์และพร้อมทำงาน ทันที” 

ขณะเดียวกัน คะแนนนิยมของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่สูงถึงร้อยละ 57.68 แสดงถึงความเชื่อมั่นต่อผลงานและภาพลักษณ์การทำงานเชิงปฏิบัติที่ใกล้ชิดประชาชน 

นอกจากนี้ การที่พรรคประชาชนได้รับความนิยมในการเลือก สก. สูงสุด สะท้อนแนวโน้มของคนเมืองที่ยังให้ความสำคัญกับการเมืองแนวใหม่ โปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่เชื่อว่า กทม.จะ “ดีขึ้น” หลังการเลือกตั้ง สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกต่อการเมืองท้องถิ่นในฐานะกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ 

อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนไม่น้อยที่ยังไม่ตัดสินใจ แสดงให้เห็นว่าฐานเสียงในกรุงเทพฯ ยังมีความผันผวนและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงหาเสียง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง