กพช. เห็นชอบปรับเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท ญาติผ่านการอบรมเป็นผู้ช่วยได้ รับเงิน 10,800 บาท/เดือน

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 โดยที่ประชุมเห็นชอบแนวทางปรับเพิ่มเบี้ยความพิการจากเดิม 800 บาท เป็น 1,000 บาท สำหรับผู้พิการอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ

ทั้งนี้ กระทรวงที่เกี่ยวข้องจะเร่งจัดทำรายละเอียดด้านงบประมาณ ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในเดือนมิถุนายน 2569 หรืออย่างช้าภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประจำปี 2569 วงเงิน 141 ล้านบาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์และเครื่องช่วยความพิการจำนวนกว่า 17,000 รายการ ให้แก่ผู้พิการที่มีความจำเป็นทั่วประเทศ

ในส่วนของการส่งเสริมอาชีพ ที่ประชุมเห็นชอบร่างแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ รวม 6 ประเด็นสำคัญ โดยหนึ่งในนั้นคือการขยายเพดานวงเงินกู้เพื่อประกอบอาชีพจากเดิม 120,000 บาท เป็น 300,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและช่วยเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพของคนพิการ

อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือการปรับหลักเกณฑ์การรับรองผู้ช่วยคนพิการ โดยเปิดโอกาสให้ญาติหรือบุคคลในครอบครัวสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคนพิการได้ หากผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมได้รับค่าตอบแทน 60 บาทต่อชั่วโมง วันละ 6 ชั่วโมง หรือคิดเป็นเดือนละ 10,800 บาท เพื่อช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัวที่ต้องออกจากงานมาดูแลผู้พิการอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางส่งเสริมการจ้างงานคนพิการในหน่วยงานภาครัฐ โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบและขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการจ้างงานคนพิการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

นอกจากนี้ กพช. ยังเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล หรือ Universal Design โดยจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและพัฒนารายละเอียดร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายผู้พิการ เพื่อผลักดันให้การออกแบบอาคาร สถานที่ และบริการต่าง ๆ สามารถรองรับทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ และประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างเท่าเทียม

การดำเนินมาตรการต่าง ๆ ในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการครั้งสำคัญของประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการ การประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียม พร้อมรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง