“เทพพนม” พรรณไม้หายากสกุลมะเกลือแห่งผืนป่าดิบชื้นภาคใต้ตอนล่าง

“เทพพนม” หรือที่ในท้องถิ่นภาคใต้เรียกว่า “กลูแปบุรง” (ภาษามาลายูปัตตานี) ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นหายากที่มีความสำคัญในระบบนิเวศป่าดิบชื้น ทางนักวิชาการได้ทำการสำรวจและบันทึกข้อมูลพรรณไม้นี้ลงในสารานุกรมพืชอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงในแถบชายแดนใต้ของไทย

ในทางพฤกษศาสตร์ “เทพพนม” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Diospyros latisepala Ridl. จัดอยู่ในวงศ์มะเกลือ (Ebenaceae) ลักษณะทั่วไปเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ที่มีความสูงได้ถึง 25 เมตร โดดเด่นด้วยใบรูปขอบขนานขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 11–26 เซนติเมตร มีเส้นแขนงใบแบ่งออกเป็นข้างละ 6–10 เส้น ชัดเจน รองรับด้วยก้านใบที่ยาว 0.5–1.5 เซนติเมตร

ความน่าสนใจของพืชชนิดนี้อยู่ที่ระบบการสืบพันธุ์ โดยเป็นไม้แยกเพศ ซึ่งดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดอกเพศผู้จะออกเป็นช่อกระจุกสั้นๆ บริเวณซอกใบ มีก้านดอกยาวได้ถึง 1.2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงยาว 4–8 มิลลิเมตร โดยมีลักษณะกลีบแยกจรดโคน ตัวดอกเป็นรูปหลอด ยาว 0.7–1 เซนติเมตร ปลายกลีบแยกเกือบจรดโคนและมีขนปกคลุมบริเวณด้านนอก ภายในมีเกสรเพศผู้ 4–8 อัน และไม่มีรังไข่ที่เป็นหมันปรากฏอยู่ ขณะที่ดอกเพศเมียจะออกเป็นดอกเดี่ยวๆ พัฒนาก้านดอกยาว 2–8 มิลลิเมตร ตัวดอกมีรูปร่างคล้ายคนโท กลีบแฉกลึกน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง รังไข่ภายในแบ่งออกเป็น 4 ช่อง โดยทั้งรังไข่และก้านเกสรเพศเมียจะมีขนสากปกคลุมอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันอีก 4–5 อัน

เมื่อดอกเพศเมียได้รับการผสมจะพัฒนาไปเป็นผลรูปรี หรือค่อนข้างกลม มีขนาดความยาวประมาณ 3–4 ซม. ผิวสัมผัสภายนอกมีขนสั้นนุ่มมือ จุดเด่นที่สำคัญคือกลีบเลี้ยงจะแยกจรดโคนและขยายใหญ่ขึ้นในระยะที่เป็นผล โดยมีความยาวถึง 2–3 เซนติเมตร ห้อยย้อยลงมาด้วยก้านผลที่ยาวได้ถึง 10 เซนติเมตร ภายในผลมีเนื้อเยื่อสะสมอาหารหรือเอนโดสเปิร์ม (Endosperm) ผิวเรียบ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นร่วมของพืชในสกุลมะเกลือ

สำหรับสถานภาพและการกระจายพันธุ์ในธรรมชาติ เทพพนมเป็นพรรณไม้ที่พบได้ในระดับภูมิภาค ตั้งแต่อินเดีย กัมพูชา คาบสมุทรมลายู ไปจนถึงเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย สำหรับประเทศไทยนั้น ถือเป็นพรรณไม้ที่พบกระจายพันธุ์อยู่ห่างๆ และจำกัดพื้นที่เฉพาะในเขตภาคใต้ตอนล่างเท่านั้น โดยพบบ่อยในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มักขึ้นตามสภาพภูมิประเทศที่เป็นลาดชันในป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ ในระดับความสูงตั้งแต่พื้นที่ราบไปจนถึงประมาณ 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง