“ทรงศัก” เผย เตรียมแก้กฎหมายปราบ”นอมินี-ทุนเทา-สแกมเมอร์” เพิ่มโทษแรง ยึดที่ดินตกเป็นของแผ่นดิน คุก 3 ปี ปรับ 3 ล้าน

นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ นอมินี และทุนสีเทา ว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่ตามแนวชายแดนหลายแห่ง เพื่อเสนอแนวทางยกระดับความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเตรียมขยายความร่วมมือจากไทย จีน และเมียนมา ไปยังกัมพูชาและลาว รวมถึงหารือทวิภาคีกับประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเป็นระบบ

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และกรมที่ดิน ได้เร่งปรับปรุงกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายให้ความผิดฐานนอมินีเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน ขณะที่กรมที่ดินเสนอแก้ไขกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเพิ่มโทษผู้ใช้นอมินีถือครองที่ดิน จากเดิมเพียงปรับและคืนที่ดิน เป็นการยึดที่ดินตกเป็นของแผ่นดิน พร้อมโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับประมาณ 3 ล้านบาท ทั้งผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยและต่างชาติ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ ทั้งกรุงเทพมหานคร พังงา สุราษฎร์ธานี และจังหวัดท่องเที่ยว รวมถึงพื้นที่เกษตรที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการถือครองกิจการและที่ดินผ่านนอมินี อาทิ จันทบุรี ตราด ระยอง ชุมพร สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ราชบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ และเชียงราย

ผู้ตรวจการแผ่นดินยังจับตาพื้นที่ชายแดนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ การลักลอบนำแรงงานข้ามแดน และพื้นที่ที่ถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางของทุนสีเทาและนอมินี เช่น เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมย้ำว่าจะติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

การแก้ไขปัญหานอมินีและทุนสีเทามีความซับซ้อน และอาจพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหากพบการทุจริต จะส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง