นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิบางจุดไม่ส่งข้อมูล ทำให้ประชาชนเกิดความกังวล
นายเจเศรษฐ์ ย้ำว่า รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยสึนามิอย่างต่อเนื่อง โดยระบบของประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาทุ่นตรวจวัดสึนามิเพียงอย่างเดียว แต่เป็นระบบบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง หลายหน่วยงาน และมีขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน (Standard Operating Procedure: SOP) เพื่อวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ก่อนแจ้งเตือนประชาชน
“ทุ่นตรวจวัดสึนามิเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือของระบบเฝ้าระวังสึนามิของประเทศไทย การที่ทุ่นบางจุดไม่ส่งข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าระบบเตือนภัยหยุดทำงาน เนื่องจากประเทศไทยยังมีระบบและข้อมูลประกอบการประเมินสถานการณ์จากหลายด้าน ทั้งข้อมูลแผ่นดินไหว สถานีวัดระดับน้ำทะเล ข้อมูลจากเครือข่ายและหน่วยงานระหว่างประเทศ รวมถึงมีขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน หรือ SOP สำหรับวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ หากประเมินสถานการณ์แล้วพบว่ามีความเสี่ยงและจำเป็นต้องแจ้งเตือนประชาชน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีช่องทางในการแจ้งเตือนประชาชน รวมถึงระบบ Cell Broadcast เพื่อส่งข้อมูลไปยังโทรศัพท์มือถือในพื้นที่เสี่ยงอย่างรวดเร็ว” นายเจเศรษฐ์ ระบุ
นายเจเศรษฐ์ ย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเฝ้าระวัง การประเมินสถานการณ์ และการแจ้งเตือนประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เป็นหลัก ไม่ส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และขอให้ทุกคนมีสติ ไม่ตื่นตระหนก แต่พร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
“ผมขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกระบบเตือนภัยไม่ได้มีเพียงทุ่น แต่เป็นการทำงานร่วมกันของข้อมูลหลายแหล่ง หลายหน่วยงาน และหลายขั้นตอน เพื่อให้เราสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำและแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันติดตาม ตั้งคำถาม และให้ข้อมูล เพราะการที่ประชาชนช่วยกันให้ความสนใจเรื่องภัยพิบัติ ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความรู้และความตื่นตัวให้กับสังคม โดยเฉพาะภัยสึนามิซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวและทุกคนควรมีความรู้และเตรียมพร้อมอยู่เสมอ” นายเจเศรษฐ์ ระบุ
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ปภ. โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ติดตามและตรวจสอบสถานะของทุ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านระบบเทคนิคและสัญญาณ GPS ข้อมูลปัจจุบัน พบว่า ทุ่นดังกล่าวลอยอยู่ห่างจากเกาะพยาม อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ประมาณ 111 กม. และห่างจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ประมาณ 44 กม.
ทั้งนี้ คาดว่าอาจเกิดจากสภาพคลื่นลมในทะเลอันดามันที่มีกำลังแรงในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ โดย ปภ. และกองทัพเรือ ได้วางแผนเก็บกู้ทุ่น และเตรียมติดตั้งทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิทดแทนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดติดตั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่คาดว่าสภาพคลื่นลมในทะเลจะสงบลง และมีความเหมาะสมต่อการนำเรือวิจัยสมุทรศาสตร์ขนาดใหญ่ออกปฏิบัติภารกิจตามหลักความปลอดภัยทางทะเล
อย่างไรก็ตาม ปภ. มีแผนปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยที่รัดกุม และยืนยันว่า แม้ทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิในทะเลอันดามันจะไม่สามารถส่งข้อมูลได้ในขณะนี้ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยสึนามิของประเทศไทยอย่างแน่นอน เพราะยังมีระบบเฝ้าระวังที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่สามารถเฝ้าระวังและแจ้งเตือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ








