“สุชาติ” สั่ง ทช. เร่งวางมาตรการป้องกันวาฬบรูด้าถูกเรือชน จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่และเส้นทางเดินเรือ ลดความเสี่ยงการสูญเสียสัตว์ทะเลหายาก

ภายหลังการพบวาฬบรูด้าเกยตื้นบริเวณริมเขื่อนหิน ชุมชนคลองเสาธง ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งดำเนินการหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียวาฬบรูด้าจากการถูกเรือชน

พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เฝ้าระวัง ตรวจตรา และติดตามการเดินเรือในบริเวณพื้นที่อาศัยและเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬบรูด้า รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการเดินเรือ เพื่อกำหนดมาตรการลดความเร็วเรือและลดความเสี่ยงจากการชนวาฬอย่างเป็นรูปธรรม

จากผลการชันสูตรซากวาฬบรูด้าที่ได้รับแจ้ง พบว่าเป็นวาฬบรูด้า (Bryde’s Whale; Balaenoptera edeni) เพศผู้ อยู่ในช่วงวัยก่อนเจริญพันธุ์ (Sub-adult) ความยาวลำตัว 10.70 เมตร ไม่รวมส่วนหางที่สูญหาย สภาพซากเน่าเปื่อย ผิวหนังลอกหลุด และมีกระดูกขากรรไกรบน กระดูกขากรรไกรล่างด้านซ้าย กระดูกจมูก และส่วนหางสูญหาย โดยวาฬมีความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในเกณฑ์ดี และมีความหนาชั้นไขมันใต้ผิวหนัง 2.8–4.0 เซนติเมตร

ไม่พบบาดแผลภายนอกเท่าที่สามารถสังเกตได้ ขณะที่ระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างพบการช้ำและคั่งเลือดบริเวณส่วนหัว พร้อมพบเศษกระดูกขากรรไกรบนฝังอยู่ในเนื้อเยื่อ ส่วนขากรรไกรล่างด้านขวาพบภาวะขากรรไกรล่างยื่นผิดปกติ (Mandibular prognathism) ระบบหัวใจและหลอดเลือดไม่พบความผิดปกติ ส่วนระบบทางเดินหายใจอยู่ในสภาพเน่าสลาย

ระบบทางเดินอาหารพบการวางตัวผิดปกติ โดยกระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนออกจากช่องท้องมาอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณด้านซ้ายของลำตัว (Traumatic lumbar hernia) ไม่พบเนื้อตายในลำไส้ แต่พบรอยช้ำและคั่งเลือดรอบผนังช่องท้อง บ่งชี้ถึงการได้รับแรงกระแทกจากวัตถุไม่มีคมอย่างรุนแรง ส่งผลให้กล้ามเนื้อและพังผืดบริเวณข้างลำตัวฉีกขาด ทั้งนี้ พบอาหารตกค้างในทางเดินอาหารส่วนท้าย ขณะที่ตับ ไต และตับอ่อนอยู่ในสภาพเน่าสลาย

ผลการชันสูตรสรุปว่า วาฬตายจากการได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณส่วนหัวและขากรรไกรบน ส่งผลให้กระดูกขากรรไกรบนหัก เกิดภาวะไส้เลื่อนบริเวณข้างลำตัว และเกิดภาวะช็อกจากการบาดเจ็บรุนแรงร่วมกับการสูญเสียเลือด นอกจากนี้ จากการตรวจสอบลักษณะทางกายภาพและข้อมูลการพบเห็นเบื้องต้น คาดว่าวาฬตัวดังกล่าวอาจเป็น “เจ้ามาลี” ลูกวาฬตัวที่ 6 ของแม่กันยา ซึ่งมีการบันทึกการพบเห็นครั้งแรกโดยคุณจิรายุ เอกกุล เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2564

สำหรับแนวทางการป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดเหตุในอนาคต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะเร่งหาแนวทางเฝ้าระวังและติดตามการเดินเรือในพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาศัยและเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬบรูด้า รวมทั้งพิจารณาจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจตราและประสานผู้ประกอบการเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการลดความเร็วเรือและป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการเรือที่สัญจรในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ลดความเร็วเรือเมื่อพบวาฬบรูด้า รักษาระยะห่างที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือขับเรือตัดผ่านเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬ เพื่อป้องกันการรบกวนและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุเรือชนวาฬ อันจะเป็นการร่วมกันอนุรักษ์และคุ้มครองวาฬบรูด้าในอ่าวไทยตอนบนให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง