นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการว่าด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สมัยที่ 5 (Fifth session of the Committee on Information and Communications Technology, Science, Technology, and Innovation: CICTSTI – 5)
โดยมีผู้แทนรัฐบาลของประเทศสมาชิกคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific : UNESCAP) หรือ เอสแคป จำนวน 53 ประเทศ และสมาชิกสมทบ จำนวน 9 ประเทศ ผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศและหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติ ผู้สังเกตการณ์ และภาคีเครือข่าย ณ ห้องประชุม CR-2 ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ
ในโอกาสนี้ รมช.ดีอี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีประเด็นสำคัญว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับโอกาสในการผลักดันวาระสำคัญร่วมกันของการประชุมนี้ เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในทางปฏิบัติและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลกำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ โดย AI กำลังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติอย่างรวดเร็วทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสังคม ภารกิจสำคัญของเราคือการทำให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะช่วยสร้างโอกาสให้แก่ทุกคน สำหรับประเทศไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI จะต้องนำไปสู่โอกาสที่ดีขึ้น บริการสาธารณะที่ดีขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับประชาชน
จากการคาดการณ์เศรษฐกิจดิจิทัลไทย จะเติบโตในสัดส่วนใกล้เคียงร้อยละ 29 ของ GDP ในปี 2569 โดยรัฐบาลไทยกำลังเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ.2565-2570 ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการ TH-AI Passport ซึ่งมุ่งเน้นด้านการพัฒนาทักษะบุคลากร สร้างโอกาสการเข้าถึงการใช้งาน AI ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ และธรรมาภิบาล AI ที่มีความรับผิดชอบ
ปัจจุบัน กระทรวงดีอี ได้เร่งส่งเสริมการใช้บริการคลาวด์ภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับชาติ และบริการด้าน AI ควบคู่ไปกับการส่งเสริม AI ที่มีความรับผิดชอบและน่าเชื่อถือ ผ่านศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AIGPC โดยสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการประยุกต์ใช้ธรรมาภิบาลด้าน AI ผ่านเครื่องมือด้านธรรมาภิบาล การประเมินความเสี่ยง มาตรฐาน และการทดสอบความน่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ กระทรวงยังได้มุ่งพัฒนาการให้บริการภาครัฐ ด้วยการบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกัน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างทักษะดิจิทัลและทักษะด้าน AI ตลอดจนส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมที่เปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สถาบันการศึกษา และชุมชน สามารถร่วมกันพัฒนา ทดสอบ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในบริบทจริง ความพยายามเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงดีอี เพื่อให้มั่นใจว่าประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจะได้รับการแบ่งปันไปยังคนไทยทุกคนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และยั่งยืน
ความท้าทายและโอกาสเหล่านี้มิได้จำกัดอยู่เพียงภายในพรมแดนของประเทศใดประเทศหนึ่ง การไหลเวียนแลกเปลี่ยนข้อมูล ภัยคุกคามทางไซเบอร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล ห่วงโซ่อุปทานด้าน AI โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และเครือข่ายการสื่อสาร ล้วนมีความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคและระดับโลกมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การตอบสนองเชิงนโยบายของเราจึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงถึงกันด้วย ความร่วมมือระดับภูมิภาคมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางแก้ไข การเสริมสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ การพัฒนาศักยภาพ และการสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกที่มีระดับการพัฒนาด้านดิจิทัลแตกต่างกันสามารถก้าวไปข้างหน้าร่วมกันได้ ในเรื่องนี้ ESCAP และ APIS มีบทบาทสำคัญ ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่างเต็มที่ และพร้อมทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกในการจัดทำแผนปฏิบัติการ APIS ฉบับใหม่
ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกทั้งหมดของ ESCAP หน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติ และพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางดิจิทัล ส่งเสริม AI ที่มีความรับผิดชอบ พัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัล และแปลงพันธกรณีระดับภูมิภาคไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและสังคม การสร้างโอกาส และการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก








