นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำเหนือที่จะไหลลงมาว่า ได้เน้นย้ำให้ สทนช. เร่งสำรวจลุ่มน้ำต่าง ๆ โดยมีมาตรการป้องกันรองรับอยู่แล้ว พร้อมแจ้งทุกจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดูแลประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากภัยต่าง ๆ
ทั้งนี้ เห็นว่าจำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่รับน้ำ เนื่องจากมวลน้ำที่ไหลลงมาไม่สามารถชะลอได้ทั้งหมด จึงต้องเตรียมพื้นที่บริเวณห้วย หนอง คลอง บึง ให้พร้อมรองรับน้ำ โดยยกตัวอย่างกรณีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่หาดใหญ่ ซึ่งนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เสนอแนวทางทำแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่เห็นว่าควรเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำในทุกพื้นที่
นอกจากการขยายพื้นที่รับน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแล้ว ยังต้องจัดทำพื้นที่กักเก็บน้ำเพื่อเก็บไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งด้วย หากมีพื้นที่รองรับน้ำเพียงพอในช่วงฤดูน้ำหลาก ก็จะมีน้ำสำรองเพียงพอสำหรับช่วงหน้าแล้ง ดังนั้น จึงต้องเริ่มสำรวจพื้นที่ใน 22 ลุ่มน้ำทั่วประเทศว่า บริเวณใดสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำหรือแก้มลิงตามโครงการพระราชดำริได้ เพื่อรองรับและกักเก็บน้ำส่วนเกินไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง
ส่วนการรับมือเฉพาะหน้ากับน้ำเหนือที่ไหลลงสู่ภาคใต้ จำเป็นต้องมีระบบแจ้งเตือน โดยมีหลายหน่วยงานทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ เมื่อได้รับข้อมูล สทนช. จะเร่งแจ้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อแจ้งเตือนประชาชนผ่าน Cell Broadcast ให้สามารถเคลื่อนย้ายและเตรียมรับมือได้ก่อนภัยจะมาถึง








