ครม. เห็นชอบขยาย “โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่” ถึงปี 2574 เร่งสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง ป้อนอุตสาหกรรมอนาคต

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการการขยายระยะเวลาดำเนินโครงการผลิตอาชีวะพันธุ์ใหม่และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงสำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย (อาชีวะพันธุ์ใหม่ ปี พ.ศ. 2561 -2565 และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ปี พ.ศ. 2561-2569) จากเดิม “บัณฑิตพันธุ์ใหม่ ปี พ.ศ. 2561-2569”เป็น “บัณฑิตพันธุ์ใหม่ ปี พ.ศ. 2561–2574” ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอ ภายในกรอบงบประมาณคงเหลือจากการดำเนินงานโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ (พ.ศ. 2561-2569) จำนวน 3,100,000,000 บาท ซึ่งเดิมคณะรัฐมนตรี เคยมีมติเห็นชอบในหลักการโครงการดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 ภายใต้กรอบวงเงิน 13,086.38 ล้านบาท และได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว 6,718.54 ล้านบาท คงเหลือกรอบงบประมาณ 6,367.84 ล้านบาท โดยเห็นควรให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนและเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินโครงการดังกล่าวในช่วง พ.ศ. 2561-2568 สามารถพัฒนากำลังคนได้ 90,035 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 83.15 ของเป้าหมาย (108,279 คน) ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ พร้อมทั้งพัฒนาหลักสูตรที่มุ่งเน้นสมรรถนะและการปฏิบัติงานจริง ขยายเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเป็น 123 แห่ง ประกอบด้วยสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จำนวน 118 แห่ง (ร้อยละ 95.93) และสถาบันอุดมศึกษานอกสังกัด อว. จำนวน 5 แห่ง (ร้อยละ 4.07) และมีสถานประกอบการเข้าร่วมมากกว่า 2,500 แห่ง ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษา มีอัตราการได้งานทำและรายได้เริ่มต้นสูงกว่าหลักสูตรปกติ ดังนั้น เพื่อให้การผลิตและพัฒนากำลังคน มีความต่อเนื่อง สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความต้องการของตลาดแรงงาน ที่เปลี่ยนแปลงไป อว. จึงขอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ จากปี พ.ศ. 2561-2569 เป็นปี พ.ศ. 2561-2574 เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีทักษะและสมรรถนะตรงตามความต้องการ จำนวน 81,600 คน ตอบสนองต่อ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและยุทธศาสตร์ประเทศ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง และผู้ประกอบการ SMEs พร้อมทั้งปรับปรุงแผนการดำเนินงานเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนตามแนวคิด Skills-First Degree Later ผ่านหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-Degree) (ความยาวหลักสูตร 3-4 เดือน หรือ 9 หน่วยกิต) โดยเปิดโอกาสให้สะสมหน่วยกิต เพื่อนำไปเทียบโอนรับปริญญาบัตรในภายหลังได้ นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยมีเป้าหมายหลักสูตรประกาศนียบัตร 80,000 คน และหลักสูตรระดับปริญญา 1,600 คน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาทักษะ ด้านปัญญาประดิษฐ์ ดิจิทัล และการวิเคราะห์ข้อมูล ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและการพัฒนาระบบบริหารจัดการกำลังคน เพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตและตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง/เห็นด้วยในหลักการ/เห็นควรให้ความเห็นชอบ โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมบางประการ เช่น (1) ควรให้ความสำคัญกับการบูรณาการ ข้อมูลและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (2) ควรจัดทำฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในการติดตามและประเมินผลโครงการอย่างเข้มข้น เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและมีงบประมาณสูง (3) ควรกำหนดตัวชี้วัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดความซ้ำซ้อนและขับเคลื่อนการบูรณาการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรม (4) ควรส่งเสริมการจับคู่สถาบันอุดมศึกษาที่มีความพร้อมสูงและมีแบบอย่างความสำเร็จในการดำเนินโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ ให้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงร่วมพัฒนาแก่กลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ที่ยังขาดความพร้อม รวมทั้งควรมีการประเมินประสิทธิผลโครงการอย่างรอบด้านเพื่อเป็นฐานในการกำหนดทิศทางการผลิตกำลังคนในระยะต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง