ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดเผยรายละเอียดการปรับปรุงสิทธิการรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ หรือ UCEP (ยูเซป) ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้รวบรวมประกาศกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้ง 7 ฉบับ ซึ่งเดิมแยกเป็น UCEP ปกติ และ UCEP COVID เข้าด้วยกันเป็นฉบับเดียว เพื่อให้เกิดความสะดวก ชัดเจน และเพิ่มประสิทธิภาพในการอ้างอิงเบิกจ่ายเงินระหว่างโรงพยาบาลและกองทุนที่เกี่ยวข้อง พร้อมปรับปรุงรายการบัญชีและอัตราค่าบริการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งโรงพยาบาลเอกชนตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล และโรงพยาบาลของรัฐ รวมถึงรองรับประชาชนไทยทุกคนทุกสิทธิการรักษาทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง สิทธิประกันสังคม สิทธิสวัสดิการข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจ
สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตที่เข้าข่ายได้รับสิทธิรักษาฟรี 72 ชั่วโมงแรก จะพิจารณาจาก 6 กลุ่มอาการสำคัญ ได้แก่
1. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หรือหัวใจหยุดเต้น
2. หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง หรือปอดอักเสบรุนแรงจนร่างกายขาดออกซิเจน
3. มีอาการซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือช็อกจากภาวะติดเชื้อหรือเสียเลือดรุนแรง
4. เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง ร้าวไปที่แขน กราม หรือหลัง
5. แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดทันทีทันใด จากโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน
6. อาการอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อระบบหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต หรือสมอง ซึ่งแพทย์ประเมินว่าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตทันที
โรงพยาบาลไม่สามารถปฏิเสธการรักษา ผลักภาระให้ย้ายโรงพยาบาลก่อนกำหนด หรือเรียกเก็บเงินค่ารักษาใน 72 ชั่วโมงแรกได้
หากผู้ป่วยหรือญาติมองว่าเข้าข่ายภาวะวิกฤต แต่โรงพยาบาลประเมินว่าไม่วิกฤต สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ได้ทันที
ทั้งนี้ หากโรงพยาบาลใดปฏิเสธการรักษา จะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากประชาชนหรือญาติถูกปฏิเสธการรักษา หรือถูกเรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินวิกฤตภายใน 72 ชั่วโมงแรก สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หมายเลขโทรศัพท์ 02-193-7000








