เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเป็นองค์ประธานการแสดง ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ณ กรุงโตเกียว

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์ประธานในการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ ในงาน “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จัดโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

ทั้งนี้ ในงาน ยังมีการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณซึ่งเป็นงานศิลป์ชั้นสูง อาทิเช่น เครื่องประดับและศิลปะการพันดิ้น การปักสดึงกรึงไหม งานช่างเครื่องเงินเครื่องทอง  กระเป๋าผ้าเทคนิคประคบทองโบราณ และ ผ้าไหมทอลายมงคล โดยกิจกรรมทั้งหมดถูกนำเสนอในฐานะงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนโครงสร้างเชิงศิลป์ มิใช่เพียงวัตถุทางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นมรดกที่ยังคงมีชีวิตและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

รากฐานสำคัญของการสร้างองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก สืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะด้านเครื่องแต่งกายซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของประเทศไทย ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการแต่งกายของสตรีไทย ทั้งรูปแบบการแต่งกายไทยในราชสำนักในแต่ละยุคสมัยอย่างเป็นระบบ  และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการออกแบบร่วมกันพัฒนา “ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นมาตรฐานการแต่งกายสำหรับสุภาพสตรีไทยที่มีความเหมาะสมทั้งในเชิงวัฒนธรรมและบริบทของสังคมไทยสมัยใหม่ พัฒนาเป็น ชุดไทยพระราชนิยม ต้นแบบเครื่องแต่งกายไทยร่วมสมัย ที่สุภาพ งดงาม เหมาะสมต่อการสวมใส่จริงในการประกอบพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ 

ชุดไทยพระราชนิยมประกอบด้วย 8 รูปแบบ ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรี ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งได้รับพระราชทานนามตามพระที่นั่งและพระตำหนักในพระบรมมหาราชวังและพระราชวังดุสิต อีกทั้งยังมีเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษ 3 รูปแบบ สะท้อนถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจของผู้สวมใส่ ตลอดจนพัฒนาการของมรดกเครื่องแต่งกายไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมในหลากหลายโอกาส เสมือนการใช้เครื่องแต่งกายเป็น “สื่อทางวัฒนธรรม” เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมได้สร้างความประทับใจและการยอมรับในระดับสากล อีกทั้งยังเกิดความร่วมมือกับปีแยร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศส ที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความงามของผ้าไหมไทยผ่านงานตัดเย็บระดับโอต์กูตูร์ 

ในปี พ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ต่อองค์การยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล สมัยที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2569 ณ เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

“ชุดไทยพระราชนิยม” จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ส่งต่อมาสู่การพัฒนาอัตลักษณ์ไทยในบริบทโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการต่อยอดในทุกมิติ ปัจจุบัน ชุดไทยพระราชนิยมได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของวัฒนธรรมไทยที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยยังคงรักษาแก่นแท้ไว้อย่างสมบูรณ์ การนำเสนอในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการอนุรักษ์ หากแต่เป็นการตีความใหม่ในมิติร่วมสมัย  ที่งานหัตถศิลป์กลายเป็นทุนทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทยได้รับการถ่ายทอดในฐานะคุณค่าที่มีชีวิต พร้อมก้าวสู่การยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง