นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาปรับปรุงมาตรการ เพื่อรองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพและดำรงชีวิตมาอย่างยาวนาน
ที่ผ่านมา รถบางส่วนยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนได้อย่างถูกต้อง กรมการขนส่งทางบกจึงเห็นควรสนับสนุนวิถีชีวิตของประชาชนควบคู่ไปกับการยกระดับความปลอดภัยทางถนน โดยได้ปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสมต่อการใช้งาน
สำหรับแนวทางใหม่ กำหนดให้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียน ต้องติดตั้งส่วนพ่วงไว้ทางด้านซ้ายของตัวรถ มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรง ไม่บดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการทรงตัวหรือการควบคุมรถ
นอกจากนี้ รถจักรยานยนต์พ่วงข้างยังต้องมีอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม เช่น จุดยึดพ่วงที่มั่นคง ระบบห้ามล้อที่สามารถลดความเร็วหรือหยุดรถได้อย่างปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์สะท้อนแสง เพื่อให้ผู้ร่วมใช้ทางสามารถมองเห็นรถได้ชัดเจน โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือในสภาพแสงน้อย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ทั้งนี้ รถจักรยานยนต์พ่วงข้างจะสามารถจดทะเบียนในประเภทรถจักรยานยนต์ (รย.12) ลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง โดยมีอัตราภาษีประจำปี 150 บาท
กรมการขนส่งทางบกจึงขอเชิญชวนเจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง นำรถเข้ารับการตรวจสภาพและจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียนและนำรถเข้ารับการตรวจสภาพได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกำกับดูแลให้สอดคล้องกับบริบทวิถีชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนในการประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนทั่วประเทศ








