นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี เปิดเผยว่า ขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเชิงบริเวณพื้นที่ตามมาตรา 121 (เขตสำรวจที่ 00008) ซึ่งเป็นพื้นที่อนุญาตให้ราษฎรอยู่อาศัยและทำกินรวมประมาณ 80 ไร่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบกองไม้แปรรูปผิดสังเกต จึงได้ประสานผู้นำชุมชนในพื้นที่เข้าตรวจสอบโดยละเอียด จากการตรวจสอบพบไม้ยมหินแปรรูป (ไม้หวงห้าม ประเภท ก. ลำดับที่ 122) ขนาดปริมาตรรวม 0.777 ลูกบาศก์เมตร
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน สภ.สวนผึ้ง (ตาม ปจว.ข้อ 4 ลงวันที่ 27 ก.พ. 69) เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีใน 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11 และ 48 (ฐานทำไม้และมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครอง) พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 (ฐานทำไม้ในเขตป่าสงวน) พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (5) (ฐานเก็บหาของป่าหรือทำอันตรายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ)
ทั้งนี้ พื้นที่ตาม มาตรา 121 แห่ง พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ แม้รัฐจะอนุญาตให้สิทธิ์อยู่อาศัยหรือทำกินตามพระราชกฤษฎีกาเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ไม่ใช่การมอบเอกสารสิทธิ์หรือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีสถานะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดังนั้น การตัดฟันไม้หวงห้ามหรือบุกรุกทำลายป่าเพิ่มเติมถือเป็นความผิดทางอาญาขั้นรุนแรง








