นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปราศรัยเนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2569 ว่า ในโอกาสประเพณีสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย ขอส่งความรักและความปรารถนาดีถึงประชาชนชาวไทยทุกคน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ปีนี้รัฐบาลมีเป้าหมายในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และผลักดันประเพณีสงกรานต์ให้เป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผ่านการนำเสนอความหลากหลายของอัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ในแต่ละพื้นที่ สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษสู่คนรุ่นหลัง รวมถึงถ่ายทอดความงดงามของสังคมไทยอย่างทรงคุณค่า สงกรานต์ไม่ได้เป็นเพียงประเพณี แต่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการกลับสู่อ้อมกอดครอบครัว การแสดงความรัก ความห่วงใย และความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ รวมถึงการเชื่อมโยงสายใยของครอบครัวและชุมชนให้แน่นแฟ้น นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและรอยยิ้ม หลังจากการทำงานตลอดทั้งปี ขอเชิญชวนร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม และร่วมกันเป็นเจ้าบ้าน
ที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ในนามของรัฐบาลขออวยพรให้ชาวไทยทุกคนประสบแต่ความสุข ความเจริญครอบครัวอบอุ่น มั่นคง และสังคมมีความรัก ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ขอให้การเฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์เต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน และสร้างความประทับใจแก่ทุกคน
นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาส “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” วันที่ 13 เมษายน และ “วันแห่งครอบครัว” วันที่ 14 เมษายน ประจำปี 2569 ส่งความรัก ความระลึกถึง และความปรารถนาดีมายังผู้สูงอายุทุกคน และครอบครัวไทยทุกครอบครัว ซึ่งครอบครัวเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ของชาติที่มีคุณค่า เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของคนทุกช่วงวัย ครอบครัวจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรัก ความเข้าใจ และการดูแลกัน ซึ่งก่อให้เกิดความสุข ความอบอุ่น และความมั่นคงในสังคม รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในทุกมิติ ทั้งด้านสวัสดิการ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การมีงานทำและรายได้ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ครอบครัวไทยมีความเข้มแข็ง มีทุนทางสังคม สามารถพึ่งพาตนเองและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง
นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจด่าน 7 วันอันตราย บริเวณเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ จังหวัดจันทบุรี โดยได้มอบอาหารแห้งและเครื่องดื่ม เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและมอบให้กับประชาชนผู้รับบริการ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่ ร่วมกันรณรงค์มาตรการ “ดื่มไม่ขับ – พักผ่อนให้เพียงพอ – ปฏิบัติตามกฎหมายเคร่งครัด” เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุขของประชาชนอย่างแท้จริง จากนั้นได้สุ่มตรวจความพร้อมในการให้บริการของผู้ประกอบการที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์ บริเวณหน้าตลาดเจริญสุข ซึ่งพบว่ามีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิด “งานสืบสานประเพณีมหาสงกรานต์ถนนข้าวสุก@วิเศษชัยชาญอ่างทอง ปี 2569” ณ ลานกิจกรรมหน้าวัดลาดเป็ด ตำบลท่าข้าง จังหวัดอ่างทอง รับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุด “รื่น ฤดี นฤมิตร มหาสงกรานต์” และทำพิธีเปิดด้วยการยิงปืนฉีดน้ำเปิดงาน พร้อมกล่าวว่า ขอถือโอกาสนี้ ส่งความสุขความปรารถนาดีไปยังชาวอ่างทองทุกคน ตลอดจนครอบครัวทุกท่าน เทศกาลสงกรานต์ไม่เพียงเป็นช่วงเวลาความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนรากเหง้าชีวิต ความอบอุ่นของครอบครัวคนไทยอย่างแท้จริง นี่คือเหตุผลที่ประเทศไทยได้รวมวันสงกรานต์ วันครอบครัว และวันผู้สูงอายุ ไว้ในเทศกาลเดียวกัน ซึ่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ไทย” (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) เป็นมรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ประจำปี 2566 นี่คือเครื่องยืนยันอย่างชัดเจนว่าสงกรานต์คือเอกลักษณ์อันทรงคุณค่าของคนไทยและนี่คือเหตุผลที่หลายจังหวัดรวมถึงจังหวัดอ่างทอง ใช้โอกาสแห่งเทศกาลนี้ในการยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดอ่างทองให้เป็นเมืองน่าเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งงานสงกรานต์ถนนข้าวสุกแห่งนี้ อยู่ภายใต้แนวทางจัดงาน “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก” ช่วยสร้างภาพลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลก จึงขอเชิญชวนทุกคนร่วมกันเล่นน้ำสงกรานต์อย่างมีความสุข และขอให้มีความสร้างสรรค์ มีความสุภาพ และเคารพสิทธิของกันและกัน ขอให้ทุกคนสนุกอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นในชุมชนหรือบนท้องถนน ขอให้ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง เคารพกฎจราจร ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม และต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้อื่น
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดงานประเพณีสงกรานต์ “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี” ประจำปี 2569 โดยมีขบวนแห่รถบุปผชาติมหาสงกรานต์ ระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร ตั้งแต่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ถึงสำนักงานเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี และเปิดให้ประชาชน ร่วมสรงน้ำหลวงพ่อโตทองคำ ทั้งนี้ นายวราวุธ ยังพกกระบอกน้ำไม้ไผ่ ร่วมเล่นสงกรานต์และรดน้ำขอพรชาวสุพรรณบุรี โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่นั่งอยู่ตามบ้านเรือนริมทาง พร้อมถ่ายภาพร่วมกับประชาชนอย่างเป็นกันเองตลอดเส้นทาง และยังได้เปิดถนนเล่นน้ำสงกรานต์ บริเวณเวทีกลาง ถนนรักท่าระหัด ด้านข้างเทศบาลตำบลท่าระหัด ด้วย
ขณะที่นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้มุ่งส่งเสริมคุณค่าและมูลค่าของประเพณีไทยให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือน โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก” (Once in a Lifetime : Experience Songkran in Thailand) เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความงดงามของประเพณีที่ได้รับการประกาศจาก UNESCO ให้เป็นตัวแทนรายการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ พร้อมผลักดันให้สงกรานต์ไทยยกระดับสู่การเป็น World Event ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย อีกทั้งได้ เปิดงาน “สงกรานต์ไทไทย อุทัยธานี” เพื่อสืบสานวิถีไทย ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างรายได้สู่ชุมชน บริเวณวงเวียนห้าแยกวิทยุ ตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างหลากหลาย อาทิ พิธีสรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ขบวนแห่วัฒนธรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ตลอดจนกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด
อีกทั้งในปีนี้ยังได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศในประเทศไทยถึง 42 แห่งทั่วโลก ได้สร้างสรรค์วีดิทัศน์อวยพรและส่งความปรารถนาดีมายังประชาชนชาวไทย โดยแต่ละประเทศได้นำเสนอผ่านมุมมองที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ผสมผสานเอกลักษณ์ของแต่ละชาติเข้ากับความสดใส ของสงกรานต์ไทยได้อย่างลงตัว ซึ่งสามารถรับชมได้ทาง Youtube ของสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมhttps://youtu.be/LmuTeLjfs8I?si=9HjWfaLpyEqQxSFV โดยขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจไปยังสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยทุกแห่ง เชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่เปี่ยมด้วยไมตรีจิตในครั้งนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้คุณค่าของสงกรานต์ไทย ได้เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมให้มั่นคงสืบไป








